มีค่าธรรมเนียมอยู่ที่

Bitcoin มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาทถูกโอนในเวลาเพียง 10 นาที มีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 2,500 บาทเท่านั้น

มีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 2,500 บาทเท่านั้น

เมื่อเร็ว ๆ นี้ Bitcoin ได้แสดงศักยภาพในการเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ยิ่งใหญ่อีกครั้ง ด้วยคุณสมบัติการโอนเงินข้ามพรมแดนที่รวดเร็วและมีค่าธรรมเนียมราคาถูก โดยทวีตเตอร์ล่าสุดของผู้ใช้ @Bitcoin ซึ่งเป็นบัญชีที่มีผู้ติดตามมากว่า 1 ล้านคนได้เผยว่า ในวันนี้มีบางคนทำการธุรกรรม Bitcoin ที่มีมูลค่ากว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์หรือประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ภายใน 10 นาทีและมีค่าธรรมเนียมเพียงแค่ $84 เท่านั้น

การทำธุรกรรมในครั้งนี้ได้กลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมากในชุมชนคริปโต ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่กำลังถกเถียงกันว่าการทำธุรกรรมดังกล่าวนั้นเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีกันแน่ ?

ความกลัวและแรงบันดาลใจ
นาย Gabor Gurbacs ( @gaborgurbacs ) นักกลยุทธ์ด้านสินทรัพย์ดิจิตอลและเป็นผู้อำนวยการของ Van Eck บริษัทการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีสินทรัพย์อยู่ภายใต้การบริหารกว่า 49 พันล้านดอลลาร์ ก็ได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้เช่นกัน โดยเขากล่าวว่า “มันเป็นทั้งแรงบันดาลใจและความน่ากลัว”

ซึ่งสิ่งที่นาย Gurbacs กล่าวนั้นอาจหมายความว่าในขณะที่ Bitcoin ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปลดปล่อยผู้คนจากข้อผูกมัดทางการเงินแบบเดิม ๆ ในขณะเดียวมันก็ได้มาพร้อมกับความเสี่ยงเช่นเดียวกับความล้มเหลวของตลาดคริปโตที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2008

ดังนั้น Bitcoin จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้นและสร้างตัวเลือกทางการเงินใหม่ ๆ ให้แก่ผู้คน ในสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถได้จัดการด้วยวิธีของธนาคาร นอกจากนี้ Bitcoin ยังช่วยให้ผู้คนที่มีเงินเป็นจำนวนมากสามารถหลีกเลี่ยงกฎระเบียบและค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างแพงได้อีกด้วย

Bitcoin เท่านั้นที่สามารถทำได้
อย่างไรก็ตามดูเหมือนจะมีผู้ใช้ทวีตเตอร์บางคนออกมาโต้แย้งว่า หากพวกเขาเหล่านั้นใช้เหรียญคริปโต NANO ในการทำธุรกรรมแทนที่จะเป็น Bitcoin พวกเขาอาจจะประหยัดค่าธรรมเนียมได้มากกว่า $84 และอาจทำธุรกรรมได้รวดเร็วถึงในระดับวินาที

แต่ถึงอย่างนั้นก็มีบางคนที่ไม่เห็นว่าและเชื่อว่า Bitcoin เท่านั้นที่จะสามารถทำธุรกรรมเป็นมูลค่ามหาศาลในระดับนี้ได้ เนื่องจากการโอนเงินในครั้งนี้มีมูลค่ามากกว่ามูลค่าของตลาด NANO เสียอีก ดังนั้นการใช้เหรียญ NANO ในการโอนเงินจึงอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก…

พุ่งทะลุทำจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์อีกครั้ง

อัตราแรงขุดเหรียญ Bitcoin พุ่งทะลุทำจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์อีกครั้ง หลังการปรับค่า Difficulty

พุ่งทะลุทำจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์อีกครั้ง หลังการปรับค่า Difficulty

อ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข้อมูลอย่างบริษัท CoinMetrics นั้นแสดงให้เห็นว่า Hash rate หรืออัตราการขุดเหรียญบนเครือข่าย Blockchain สำหรับ Bitcoin นั้นได้มีการเพิ่มขึ้นจนแตะเพดานของจุดสูงสุดตลอดกาลครั้งใหม่ที่ 14.8 Terahashes โดยคิดเป็นการเพิ่มขึ้นกว่า 7% หลังจากที่ระดับความยากของการขุดเหรียญ (Difficulty) นั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงล่าสุด ซึ่งคิดเป็นอัตราที่มากกว่าที่เคยเป็นในช่วงต้นปี 2019 ถึงสามเท่าเลยทีเดียว

พุ่งทะลุทำจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์อีกครั้ง

การปรับระดับความยากของการขุดเหรียญบนเครือข่ายของ Bitcoin นั้นถูกตั้งค่าไว้ให้มีการปรับระดับใหม่ในทุกๆการขุดบล๊อคครบ 2,016 บล๊อค ซึ่งคิดเป็นการปรับระดับในทุกๆช่วงสองสัปดาห์โดยเฉลี่ย ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นกลไกในการป้องกันการเฟ้อของการขุดเหรียญตามอัตราการแข่งขันกันภายในตลาดการขุดนั่นเอง

ผลจากกลไกดังกล่าวนั้นทำให้ประสิทธิภาพในการขุดเหรียญนั้นขึ้นอยู่กับศักยภาพของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ ซึ่งหากมีการขุดเหรียญได้ในเวลาอันรวดเร็วประกอบกับปริมาณที่มากขึ้นในระบบ การเพิ่มระดับความยากให้เพิ่มขึ้นนั้นส่งผลให้เหรียญที่ได้นั้นสามารถได้มากยากขึ้น และเป็นการปรับสมดุลราคาของตัวเหรียญ Bitcoin เองอีกด้วย

อย่างไรก็ตามทางบริษัท CoinMetrics นั้นได้ออกมากล่าวผ่านทางบัญชีทวิตเตอร์ของพวกเขาถึงกราฟซึ่งแสดงรูปแบบการเปลี่ยนแปลงของทั้งอัตราการขุดในระบบและระดับความยากของการขุดตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยพวกเขาได้กล่าวว่าแม้ว่าการเปลี่ยนแปลงบนกราฟของระดับความยากในการขุดนั้นจะยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็เป็นการเพิ่มขึ้นที่ไม่ราบรื่นเท่าไหร่นัก

นอกจากนี้แล้วอัตราการขุดที่เพิ่มขึ้นในระบบนั้นยังหมายถึงการแข่งขันที่ยังคงดุเดือดสำหรับวงการการขุดเหรียญ Bitcoin ก่อนการมาถึงของเหตุการณ์สำคัญอย่างการลดรางวัลการขุดเหรียญลงครึ่งหนึ่งหรือที่เรียกว่าการ Halving ในช่วงไม่กี่เดือนที่จะถึงนี้ ซึ่งตัวเลขอัตรากรขุดในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าเหล่านักขุดยังคงมุ่งกอบโกยกันอย่างเต็มที่ก่อนที่ตลาดจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ซึ่งอาจทำให้เหล่าผู้ประกอบการขนาดกลางหรือขนาดเล็กนั้นต้องออกจากตลาดไปด้วยเหตุผลทางด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้อัตราการขุดเหรียญในช่วงนี้มีการเปลี่ยนแปลงนั้นคือการที่ผู้ประกอบการในประเทศจีนนั้นได้ปรับลดการดำเนินการลงเนื่องจากคำสั่งของทางรัฐบาลให้ภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีนนั้นลดการใช้พลังงานไฟฟ้าลงในช่วงฤดูแล้งนี้นั่นเอง…

มาใช้กับระบบตรวจจับใบหน้าในการให้บริการเช่ารถแล้ว

จีนนำ Blockchain มาใช้กับระบบตรวจจับใบหน้าในการให้บริการเช่ารถแล้ว

มาใช้กับระบบตรวจจับใบหน้าในการให้บริการเช่ารถแล้ว

รายงานล่าสุดจาก East Money เผยว่าประเทศจีนได้นำ บล็อกเชนมาใช้กับกระบวนการเช่ารถแล้ว โดยแพลตฟอร์ม Alipay นั้นได้ใช้เทคโนโลยีที่ให้ผู้ขับสามารถทำการเช่ารถได้เพียงแค่แสกนใบหน้า

เทศกาลตรุษจีนนั้นใกล้เข้ามาแล้วในวันที่ 25 ม.ค. ทำให้มีการเช่ารถมากยิ่งขึ้น ตู้ Kiosk ที่ตั้งไว้ที่แถบคุนหมิงก็จะทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่าง Alipay และ Wukong Car Rental ซึ่งทำให้ผู้เช่ารถสามารถเอารถไปขับได้เลยหลังจากที่ดำเนินการที่ตู้เสร็จสิ้น

โมเดลใหม่และการใช้แสกนใบหน้าของ Alipay ทำให้มันไม่จำเป็นต้องมีคนเข้ามาช่วยในการดำเนินการเลย ผู้บริโภคก็ไม่จำเป็นต้องถือบัตรประจำตัวประชาขนและบัตรเครดิตด้วย เพียงแค่แสกนใบหน้าก็ทำธุรกรรมได้แล้ว

ส่วนผู้ใช้งานที่มีบัตร Sesame ที่มีแต้มอยู่ 550 แต้มขึ้นไปไม่จำเป็นต้องฝากเงินเข้ามา ระบบนี้ก็ใช้บล็อกเชนเพื่อติดตามกระบวนการเช่ารถและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการทำธุรกรรม

ตู้ Kiosk ดังกล่าวข้างตั้นนั้นตั้งอยู่ที่สนามบินนานาชาติคุนหมิงฉางซุยซึ่งผู้บริโภคสามารถโหลดแอปพลิเคชั่น Alipay ทำคำสั่งแล้วก็แสกนหน้าที่ตู้ หลังจากนั้นเมื่อคอนเฟิร์มออร์เดอร์ผู้ขับสามารถเลือกรถและปลดล็อครถโดยใช้สมาร์ทโฟนได้เลย

จากการที่จีนประกาศผลักดันเทคโนโลยีบล็อกเชนมันทำให้มีการนำบล็อกเชนไปใช้กับอุตสาหกรรมหลายด้านมากขึ้น และกรณีนี้ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าบล็อกเชนนั้นมีศักยภาพขึ้นอยู่กับว่าจะเอาศักยภาพนั้นไปพัฒนาในด้านใดจริงๆ…

ราคาเหรียญฝีมือคนไทย Zcoin พุ่งทะลุ 4 ดอลลาร์ ทำสถิติใหม่ในปี 2020

ราคาเหรียญฝีมือคนไทย

ราคาเหรียญ Zcoin (XZC) ในวันนี้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นมาก ทำสถิติสูงสุดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2019 เมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นมันมีมูลค่าสูงขึ้นแซง Bitcoin สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่นักลงทุนเป็นอย่างมาก

เหรียญ Zcoin (XZC) ได้รับการพัฒนาโดยคนไทยที่มีชื่อว่านายปรมินทร์ อินโสม โดยนอกจาก Zcoin แล้วเขายังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งเว็บเทรดดิ้งแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ในไทยอย่าง Satang Pro ด้วย เหรียญ Zcoin เข้าตลาดมาตั้งแต่เมื่อปลายปี 2017 ซึ่งราคาของมันก็ขึ้นลงตามกระแสตลาดเรื่อยมา

ในวันนี้กราฟราคาของ TradingView นั้นได้อ้างอิงข้อมูลราคาจากกระดานเทรดของ Bittrex ซึ่งเราจะเห็นว่าก่อนหน้านี้มันไต่อยู่ที่ระดับ 3.5 ดอลลาร์ มาตลอดและซบเซามาเรื่อยๆ จนกระทั่งช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ราคา Zcoin เริ่มทะยานทำให้มันเกือบจะพุ่งแตะระดับราคา 4.7 ดอลลาร์ได้สำเร็จ ถือเป็นจุดสูงสุดใหม่จุดสูงสุดแรกประจำปี 2020 นี้

ราคา Zcoin (XZC) ขณะที่กำลังรายงานมีราคาที่ 4.4 ดอลลาร์โดยย่อตัวลงมาจากจุดสูงสุดที่ 4.74 ดอลลาร์เพียงเล็กน้อย แต่ในตอนนี้ในตอนนี้มันยังอยู่ในพื้นที่สีเขียวและยังคงเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับนักลงทุน

นอกจากนี้ เหรียญอื่นๆ ยังมีราคาสูงขึ้นตาม เมื่อดูข้อมูลราคาจาก CoinmarketCap นั้นจะเห็นว่าเหรียญท็อป 20 ซึ่งจัดเรียงตามมูลค่าตลาดนั้นมีราคาเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ 1 – 3 เปอร์เซ็นต์ เช่น Ethereum ก็พุ่ง 1.27% เทรดกันที่ 146.76 ดอลลาร์ ส่วน XRP ก็เพิ่มขึ้น 1.02% มาเทรดกันที่ 0.216 ดอลลาร์

เมื่อวันที่ 7 มกราคมทางสยามบล็อกเชนได้สัมภาษณ์นายปรมินทร์ ผู้ก่อตั้งเหรียญ Zcoin เกี่ยวกับออกมาประกาศก่อตั้งบริษัทใหม่อีกครั้ง และครั้งนึ้เป็นบริษัทด้าน cryptocurrency ที่สำคัญ เขาได้มีการประกาศรับสมัครตำแหน่ง Chief Executive Officer (CEO) ทั้งหมดสองรายด้วยกัน และประกาศให้เงินเดือน เดือนละกว่า 2 แสนบาท

โดยเขาเผยว่าจะมีการจัดตั้งทั้งหมด 2 บริษัทด้วยกัน และทั้งสองบริษัทนี้จะเป็นบริษัทด้าน cryptocurrency ล้วน นอกจากนี้พอถามถึงว่าบริษัทดังกล่าวนั้นจะดำเนินกิจการในรูปแบบใด (เช่นกระดานซื้อขาย หรือกระเป๋าเก็บคริปโต) เขาตอบว่า

“อุปไว้ก่อนครับ”

ซึ่งเรานั้นต้องรอดูกันต่อไปว่าโปรเจคต่อไปของเขานั้นจะมีความเกี่ยวข้องกับ Zcoin หรือไม่…

จะพุ่งแตะ

สัญญา Bitcoin Options เผยให้เห็นว่านักเทรดเชื่อ Bitcoin จะพุ่งแตะ $12,000 หลังการ Halving

นักลงทุนเชื่อ Bitcoin จะพุ่งแตะ $ 12,000 หลังการลดลง

โมเมนตั้มตลาด Bitcoin ในช่วงนี้จะได้ราคาที่ดีขึ้นของ Bitcoin แต่ก็ยังคงเพิ่มขึ้น 12.5% ​​แต่ต้นปีถึงวันนี้นักวิเคราะห์มองว่ามันมีดัชนีบางตัวชี้ให้เห็นว่าราคา Bitcoin จะเดินทางไปแตะ $ 12,000 ภายในเดือนหลังจากการลดลงครึ่งหนึ่ง

ช่วงนี้ราคา Bitcoin การสะสมตัวอยู่แถว ๆ ระดับราคา 8,000 ดอลลาร์ตัวชี้วัดที่ได้รับการขึ้นราคาและรายสัปดาห์ด้วยแท่งเทียนสีเขียวที่ใหญ่ที่สุดในรอบสามเดือน

การขุดเจาะ Bitcoin ได้รับความปลอดภัยเป็นอย่างมากอีกทั้ง Halving, การปรับอัตราการขุดและการขุดอัตราการขุดขึ้นมาอีกครั้งมันทำให้ราคา Bitcoin ได้รับมากขึ้นเรื่อย ๆ กว่าเดิม

Bitcoin เตรียมพบกับเงินฝาก 12,000 ดอลลาร์
จากข้อมูลของบัญชี @ceterispar1bus ได้รับข้อมูลจำนวนสถิติที่นักลงทุนคาดหวังว่าจะได้รับ Bitcoin จะได้รับ 12k หลังการลดลงครึ่งหนึ่ง ไว้วางใจที่ 12,000 ดอลลาร์โดยสัญญาเหล่านี้จะได้รับกำไรต่อไปเมื่อราคา Bitcoin เดินทางไป 12,430 ดอลลาร์สหรัฐภายในวันที่ 25 มิถุนายนสัญญาตัวเลือกมันจะต่างจากสัญญา หมดอายุสัญญานักเทรดไม่จำเป็นที่จะ ต้องขายสัญญา

ส่วนการปิดตัวที่ต่ำกว่าราคา 12,430 ดอลลาร์จะทำให้เกิดการสูญเสียข้อมูลเหล่านั้นได้อย่างไร้ที่ติข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้รับการรวบรวมสรุปสิ่งที่ได้รับ ผู้คนก็หวังว่าจะให้มันทะลุปรุโปร่งไปอีก 50% จากราคาปัจจุบัน

ตัวเลือกของ CME เปิดให้บริการแล้ววันนี้เป็น
อีกวันหนึ่งที่สำคัญเพราะ CME Bitcoin ตัวเลือกเปิดให้บริการแล้วทุกวันนี้ตลาดจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากสำหรับตัวเลือกการเปิดตัวครั้งนี้ของ CME แต่มันถือเป็นสัญญาณที่ดี ตรงที่ว่ามันแสดงให้เห็นความต้องการในการซื้อขาย Bitcoin ของผู้บริโภคที่มีมากขึ้น

ท้ายที่สุดแล้วการที่นักลงทุนสถาบันหันมาให้บริการด้าน Bitcoin ว่ามันจะไม่ได้มีส่วนที่ผลักดันราคา Bitcoin อะไรมาก แต่ก็คิดว่าเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับตลาดครอป

กำลังจะกลายเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับชาวอิหร่าน

Bitcoin กำลังจะกลายเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับชาวอิหร่าน ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด กับสหรัฐ

Bitcoin กำลังจะกลายเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับชาวอิหร่าน

ในสัปดาห์นี้ราคา Bitcoin ได้พุ่งขึ้นมาอย่างรุนแรงและก็ร่วงลงอย่างรุนแรงเช่นเดียวกัน โดยเราจะเห็นได้ว่าราคาได้พุ่งขึ้นมาเกือบแตะระดับ $8,500 ก่อนที่จะชนแนวต้านสำคัญและร่วงลงมาสู่อยู่ที่ระดับ $8,100-8,200

อย่างไรก็ตามหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศตอบโต้อิหร่านด้วยวิธีทางเศรษฐกิจและขอไม่เลือกใช้วิธีตอบโต้ด้วยความรุนแรง ราคา Bitcoin ก็ได้ร่วงลงอย่างรวดเร็วอีกครั้งสู่ระดับต่ำสุดที่ $7,640 อีกครั้ง ก่อนที่จะแตะแนวรับแล้วดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ $8,100

Bitcoin กำลังจะกลายเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับชาวอิหร่าน

หลังจากเริ่มต้นช่วงปีใหม่มาได้ไม่ถึง 10 วัน ราคา Bitcoin ก็ได้เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างยอดเยี่ยม โดยเป็นการเพิ่มขึ้นมากว่า 15% ในเดือนนี้

ไม่เพียงแต่สินทรัพย์คริปโตเท่านั้นที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ทรัพย์สินปลอดภัยอื่น ๆ อย่างเช่น ทองคำและน้ำมัน ก็ได้เติบโตเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน โดยทองคำได้พุ่งแตะระดับสูงสุดเดิมนับตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2013 และน้ำมันได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 2.5% อยู่ที่ประมาณ $ 70 ต่อบาร์เรลในช่วงที่มีความไม่แน่นอนเกิดขึ้น

ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่า Bitcoin นั้นมีความคล้ายคลึงทรัพย์สินปลอดภัยตัวอื่น ๆ เช่นเดียวกับทองคำและน้ำมัน ในขณะที่สถานการณ์ทางเมืองและความไม่แน่นอนนั้นจะส่งผลกระทบต่อราคาของมันอย่างชัดเจน

Bitcoin กำลังจะกลายเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับชาวอิหร่าน
ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในปัจจุบันทำให้ชาวอิหร่านต้องเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งก็แน่นอนว่าตอนนี้ชาวอิหร่านกำลังหันมาสนใจในทรัพย์สินทางเลือกเช่น Bitcoin

สำหรับนักลงทุนชาวอิหร่านส่วนใหญ่นั้นมักจะซื้อ Bitcoin เพื่อการลงทุนระยะยาวและหลีกเลี่ยงสถานการณ์ความไม่แน่นอนในปัจจุบัน ถึงแม้ว่า Bitcoin จะไม่ได้รับความนิยมเทียบเท่ากับสกุลเงินต่างประเทศอื่น ๆ หรือโลหะมีค่าเช่นทองคำหรือเงินก็ตาม

ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ Bitcoin นั้นกลายเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับชาวอิหร่าน ก็เพราะชาวอิหร่านส่วนใหญ่นั้นมักจะไม่มีบัญชีธนาคารระหว่างประเทศ ดังนั้นพวกเขาจึงนิยมหันมาใช้ กระเป๋า Bitcoin เพื่อทำธุรกรรมข้ามพรมแดนสำหรับการโอนและรับเงินของพวกเขา ซึ่งมันสะดวกและรวดเร็วมากกว่าบัญชีธนาคารในปัจจุบันมากนัก

วิธีแลกเปลี่ยน Bitcoin ส่วนใหญ่ที่ชาวอิหร่านนิยมใช้ในปัจจุบันก็คือ วิธีการเปลี่ยนแบบ Peer to Peer เช่น การแลกเปลี่ยนผ่านทางเว็ปไซต์ localbitcoins.com ซึ่งตอนนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก

นับตั้งแต่ที่อิหร่านต้องเผชิญกับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลสหรัฐในปี 1979 มูลค่าของค่าเงิน ‘เรียล’ อิหร่านก็ได้ร่วงลดลงอย่างต่อเนื่อง

กำลังจะกลายเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับชาวอิหร่าน

ซึ่งนี่คือสาเหตุว่าทำไมอิหร่านถึงหันมามองสกุลเงินทางเลือกอย่าง Bitcoin ด้วยความสามารถของมันในเรื่องความโปร่งใส , เก็บมูลค่าได้ , รวดเร็ว , ค่าธรรมเนียมถูก และอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่มันจะได้รับความนิยมในประเทศที่กำลังเกิดวิกฤต

นอกจากประเทศอิหร่านแล้วเราจะเห็นได้ว่าประเทศอื่น ๆ ที่กำลังตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองอย่างเช่น ประเทศเวเนซูล่า , อาร์เจนติน่า และ ฮ่องกง ซึ่งประเทศเหล่านี้ล้วนแต่เป็นตัวอย่างที่เรามองเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า Bitcoin และสกุลเงินคริปโตนั้นคือทางออกของปัญหาของพวกเขา…

ล้านเหรียญเสี่ยงต่อการถูกโจมตีด้วย

บริษัทบัญชียักษ์ใหญ่ Deloitte เตือน Bitcoin 4 ล้านเหรียญเสี่ยงต่อการถูกโจมตีด้วย Quantum Computer

เตือน Bitcoin 4 ล้านเหรียญเสี่ยงต่อการถูกโจมตีด้วย Quantum Computer

เหล่านักวิจัยจากบริษัทด้านการบัญชียักษ์ใหญ่อย่าง Deloitte นั้นได้ออกมาเปิดเผยถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับเหรียญ Bitcoin กว่า 4 ล้านเหรียญในตลาด ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2.86 พันล้านดอลลาร์ โดยได้กล่าวว่าเหรียญจำนวนดังกล่าวนี้อาจเสี่ยงต่อการถูกโจมตีโดยอาศัยควอนตั้มคอมพิวเตอร์ได้

อ้างอิงจากรายงานล่าสุดของพวกเขา ประเภทของเหรียญซึ่งตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยงสูงสุดนั้นคือประเภทบัญชีแบบ “Pay to Public Key” หรือ “p2pk” เนื่องจาก Pubic Key ของบัญชีประเภทนี้นั้นจะถูกเปิดเผยอยู่บนคลังข้อมูลหรือ Ledger เป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งในทางทฤษฎีนั้นเหล่า Public Key นั้นอาจถูกนั้นไปใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าถึง Private Key ของบัญชีนั้นก็เป็นไปได้ ทั้งนี้รูปแบบของบัญชี Bitcoin ดังกล่าวนั้นได้มีการใช้งานอยู่ในช่วงแรก ๆ ของตลาดซึ่งยังไม่มีการดำเนินการพัฒนามาตรฐานใหม่ออกมานั่นเอง

รูปแบบมาตรฐานใหม่ของบัญชี Bitcoin นั้นอยู่ในชื่อ “Pay to Public Key Hash” หรือเรียกอีกอย่างว่า “p2pkh” โดยรูปแบบดังกล่าวนั้นจะทำการเปิดเผย Public Key ต่อเมื่อมีการดำเนินการโอนเหรียญจากบัญชีดังกล่าวเท่านั้น ซึ่งทางนักวิเคราะห์ได้กล่าวว่าเหรียญ Bitcoin ซึ่งได้ถูกส่งเข้าสู่บัญชีซึ่งใช้มาตรฐานใหม่นี้จะอยู่ภายใต้ความเสี่ยงต่อการโจมตีดังกล่าวน้อยกว่ามาก

สำหรับควอนตั้มคอมพิวเตอร์นั้น กล่าวโดยย่อแล้วคือเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งใช้ประโยชน์จากกลไกทางควอนตั้มฟิสิกส์จากการใช้งานอะตอมและโมเลกุลต่าง ๆ ในการสร้างระบบซึ่งสามารถที่จะเข้าวิเคราะห์ปัญหาและหาความเป็นไปได้ในการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการต่าง ๆ พร้อม ๆ กัน โดยส่งผลให้เราสามารถหาคำตอบในการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

ในเวลาไม่นาน เราอาจสามารถพัฒนาควอนตั้มคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพมากพอที่จะสามารถปลดล็อกการเข้ารหัสซึ่งใช้ในการรักษาความปลอดภัยสำหรับทั้งสินทรัพย์คริปโตต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งความปลอดภัยบนโลกอินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งช่วงเวลาที่ใช้ในการพัฒนาดังกล่าวนั้นกำลังอยู่ในระว่างการถกเถียงกันในแวดวงคอมพิวเตอร์ว่าการดำเนินการดังกล่าวนั้นจะใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่กว่าจะที่เราจะไปถึงจุดนั้น

นอกจากนี้แล้วทาง Deloitte นั้นยังได้เน้นย้ำในรายงานถึงการดำเนินการในปัจจุบันนี้สำหรับความพยายามในการสร้างรูปแบบการเข้ารหัสคริปโตแบบใหม่ซึ่งจะสามารถป้องกันการโจมตีโดยคอมพิวเตอร์ที่มีศักยภาพสูงอย่างควอนตั้มคอมพิวเตอร์ได้ ซึ่งอาจถูกนำมาใช้ในสกุลเงินคริปโตในปัจจุบันได้ โดยบางส่วนของรายงานได้ระบุว่า

“แม้ว่าทุกคนจะนำมาตรการป้องกันแบบเดียวกันมาใช้งานก็ตาม ในที่สุดแล้วควอนตั้มคอมพิวเตอร์นั้นจะมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากพอที่จะเข้าแทรกแซงกระบวนการดำเนินธุรกรรมของ Bitcoin ได้ การดำเนินการดังกล่าวนั้นอาจส่งผลให้ความปลอดภัยของเครือข่ายสำหรับ Bitcoin นั้นต้องเป็นอันล้มเหลวไปได้

ทางแก้อย่างเดียวสำหรับกรณีดังกล่าวนั้นคือการที่เปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบการเข้ารหัสแบบใหม่ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นการเข้ารหัสหลังการเกิดขึ้นของควอนตั้มคอมพิวเตอร์หรือ “post-quantum cryptography” ซึ่งมีความปลอดภัยต่อการโจมตีทางควานตั้มมากขึ้นนั่นเอง โดยรูปแบบอัลกอริทึมแบบนี้เองที่ก่อให้เกิดคำถามถึงประสิทธิภาพการใช้งานของเทคโนโลยีอย่าง Blockchain อีกทั้งมาตรฐานการเข้ารหัสแบบใหม่นี้ยังเป็นที่จับตาของเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านการเข้ารหัสทั่วโลกอีกด้วย ”

นอกจากนี้แล้วในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทางบริษัท Google ได้ประกาศว่าพวกเข้าได้พัฒนาควอนตั้มคอมพิวเตอร์ไปถึงระดับที่สามารถใช้งานได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วอีกด้วย (Quantum Supermacy) โดยพวกเขาสามารถใช้งานควอนตั้มคอมพิวเตอร์ในการดำเนินการคำนวนทางคอมพิวเตอร์ที่มีความซับซ้อนอย่างมากได้ภายในช่วงเวลาเพียง 3 นาที ซึ่งซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นอาจต้องอาศัยเวลากว่า 10,000 ปีในการดำเนินการคำนวนแบบเดียวกัน

ล้านเหรียญเสี่ยงต่อการถูกโจมตีด้วย…

การซื้อขายคริปโตในฮ่องกงพุ่งขึ้นท่ามกลางเหตุประท้วง

Bitcoin ปรับขึ้นเล็กน้อย การซื้อขายคริปโตในฮ่องกงพุ่งขึ้นท่ามกลางเหตุประท้วง

การซื้อขายคริปโตในฮ่องกงพุ่งขึ้นท่ามกลางเหตุประท้วง

Bitcoin และสกุลคริปโตหลักอื่น ๆ มีราคาซื้อขายสูงขึ้นเล็กน้อยในวันนี้ที่ฝั่งเอเชีย โดยมีรายงานระบุว่าปริมาณการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลในฮ่องกงพุ่งทะยานขึ้นอย่างมาก อันเป็นการบ่งบอกว่าเทรดเดอร์อาจเริ่มเฟ้นหาทางเลือกใหม่ ๆ ท่ามกลางความไม่สงบทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วไป

Bitcoin มีราคาซื้อขายล่าสุดอยู่ที่ $8,323.9 เมื่อเวลา 1:26 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก (05:26 GMT) Ethereum บวกขึ้น 2.1% ส่วน XRP และ Litecoin ต่างก็ปรับขึ้น 1% และ 0.6% ตามลำดับ

ข้อมูลจาก CoinDance เผยว่ามีปริมาณการซื้อขาย Bitcoin รวมมูลค่ากว่า HK$12,294,796 (ประมาณ $1,567,525) ในฮ่องกง ทะลุสถิติเดิมเท่ากับ $11,666,176 HKD ซึ่งเคยทำไว้ในช่วงปลายเดือนมกราคมปี 2018

การพุ่งทะยานครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากตลาดหุ้นฮ่องกงทรุดตัวอย่างหนักนับตั้งแต่วิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เริ่มต้นในเดือนมิถุนายน โดยได้มีกลุ่มผู้ประท้วงจำนวนมากออกมาเดินขบวนย่านใจกลางเมืองเพื่อต่อต้านนโยบายของรัฐบาลหลายต่อหลายครั้ง

เหตุการณ์ประท้วงซึ่งเดิมทีเป็นการประท้วงอย่างสงบ กลับทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากเกิดการปิดสนามบิน การยิงแก๊สน้ำตาโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการจับกุมผู้ประท้วงนับพันคน และล่าสุดมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงผู้ประท้วงรายหนึ่งเข้าที่หน้าอกด้วยกระสุนจริงในระยะประชิด ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีผู้ประท้วงถูกยิงนับตั้งแต่จุดเริ่มต้นเมื่อเดือนมิถุนายน…

คุณควรเลือกใช้

คุณควรเลือกใช้ Hardware wallet หรือ Software wallet ในการเก็บ Bitcoin

คุณควรเลือกใช้ Hardware wallet หรือ Software wallet ในการเก็บ Bitcoin

คุณควรเลือกใช้ Hardware wallet หรือ Software wallet ในการเก็บ Bitcoin บทความ129 จำนวนคนดูทั้งหมด
โหมดกลางคืน

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังจะเข้ามาลงทุนในคริปโตเคอเรนซี่ (หรือมีอยู่แล้ว) อันดับแรกเลยคุณต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยในการรักษาสินทรัพย์คริปโตของคุณและหากเป็นไปได้ก็ไม่ควรเก็บพวกมันไว้อยู่ในเว็ปเทรด เนื่องจากเว็ปเทรดส่วนใหญ่มักตกเป็นเป้าหมายของเหล่าแฮ็กเกอร์ ดังนั้นการปกป้องเงินลงทุนของคุณด้วยการใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลจึงดูเหมือนว่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

กระเป๋าเงินคริปโตนั้นไม่เหมือนกับการฝากเงินไว้กับธนาคาร เพราะว่ามันจะเก็บข้อมูลสินทรัพย์คริปโตของคุณไว้บน Blockchain ซึ่งคุณเป็นคนเดียวเท่านั้นที่จะเข้าถึงพวกมันได้

ไม่ว่าคุณจะเลือกเก็บรักษาเงินลงทุนของคุณด้วย hardware wallet หรือ software wallet คุณจะได้รับการป้องกันด้วยรหัสผ่านและจะมีกระบวนการเรียกคืนหากคุณทำอุปกรณ์สูญหายหรือถูกแฮก

เมื่อคุณตัดสินใจเลือกประเภทกระเป๋าเงินคริปโตที่ดีที่สุดสำหรับคุณได้แล้ว คุณควรต้องพิจารณาให้แน่ใจด้วยว่าบริษัทที่ให้บริการดาวน์โหลดหรือขายกระเป๋าเงินดิจิทัลนั้น ๆ มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด เพราะว่ากระเป๋าเงินทั้งสองประเภทนี้สามารถถูกแฮกได้อย่างง่ายดาย หากคุณบังเอิญได้รับกระเป๋าเงินเหล่านี้จากพวกนักต้มตุ๋น

Hardware Wallet
Hardware wallet เป็นอุปกรณ์ที่จับต้องได้ ซึ่งมักจะมาในรูปแบบของ USB ที่จัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลไว้ในแบบออฟไลน์หรือที่เรียกว่า “cold storage”

Hardware wallet มักจะถูกใช้โดยนักเทรดที่วางแผนจะลงทุนเงินในระยะยาวและไม่ทำการเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่บ่อยครั้ง

ข้อดี:

 

  • คีย์ของคุณจะถูกเก็บไว้ในอุปกรณ์โดยเฉพาะและมีแต่คุณเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงพวกมันได้จนกว่าคุณจะเสียบ USB เข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อใช้คริปโตในการเทรดหรือการชำระเงิน
  • วิธีการจัดเก็บสินทรัพย์ประเภทนี้ถือว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการปกป้องเงินคริปโตของคุณ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้แฮกเกอร์จะไม่สามารถเข้าถึงได้

 

ข้อเสีย:

 

  • การใช้เงินคริปโตและ private keys ของคุณนั้นดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าไหร่นัก เนื่องจากคุณจะต้องพกกระเป๋านี้ติดตัวไปด้วยทุกครั้ง เมื่อคุณจำเป็นต้องใช้มัน
  • อุปกรณ์เหล่านี้มักมีราคาแพงเสมอ

hardware wallet ที่ได้รับความนิยม :

  • Ledger Nano S
  • Trezor
  • KeepKey

Software Wallet
Software Wallet เป็นโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันที่คุณสามารถดาวน์โหลดลงบนคอมพิวเตอร์หรือมือถือสมาร์ทโฟนของคุณเพื่อใช้มันปกป้องทรัพย์สินดิจิทัลผ่านการเข้ารหัส บางครั้งมันถูกเรียกว่า “hot wallet” โดยแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดและทำการติดตั้ง เนื่องจากว่ามันสามารถเข้าถึงได้ผ่านอินเทอร์เน็ตเบราว์เซอร์

Software Wallet ส่วนใหญ่มักจะใช้โดยนักเทรดที่ต้องการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลของพวกเขาอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันมันก็ต้องมีปลอดภัยด้วยเช่นกัน ในขณะที่พวกเขาไม่ได้ใช้งานพวกมัน

ข้อดี:

  • เงินคริปโตและคีย์ของคุณจะสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย
  • Software Wallet มักจะมีอินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่าย ซึ่งทำให้การใช้จ่ายหรือเทรดคริปโตของคุณเป็นเรื่องที่ง่ายดายมากยิ่งขึ้น
  • วิธีการเก็บข้อมูลประเภทนี้มักมีราคาถูกหรือฟรี
    ข้อเสีย:

คีย์ของคุณจะยังคงออนไลน์อยู่บนอินเทอร์เน็ต ดังนั้นคุณอาจสูญเสียคีย์เหล่านี้ได้ หากอุปกรณ์หรือกระเป๋าเงินของคุณถูกแฮกหรือติดมัลแวร์
คุณจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า Software Wallet ที่คุณเลือกนั้นสามารถเก็บเหรียญทั้งหมดที่คุณเป็นเจ้าของได้ เนื่องจาก Software Wallet บางตัวรองรับแค่บางสกุลเงินเท่านั้น
Software Wallet ที่ได้รับความนิยม :

  • Exodus
  • Atomic Wallet
  • Jaxx
  • Electrum ( Bitcoin เท่านั้น)
ตามการวิเคราะห์ของสื่อชื่อดัง

ราคา Bitcoin อาจพุ่งขึ้นไปแตะ 9,000 ดอลลาร์ได้ ตามการวิเคราะห์ของสื่อชื่อดัง

อาจพุ่งขึ้นไปแตะ 9,000 ดอลลาร์ได้ ตามการวิเคราะห์ของสื่อชื่อดัง

ในช่วง 2-3 วันมานี้ราคา Bitcoin มีการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างผันผวน โดยหลังจากที่ตลาดซบเซามานานกว่า 3 สัปดาห์ที่ระหว่าง $7,060-7,800 ราคาก็ได้ร่วงลดลงต่ำกว่า $7,000 อีกครั้ง ก่อนที่มันจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวลงทดสอบจุดต่ำสุดของเดือนที่แล้ว อย่างไรก็ตามหลังจากที่ราคาได้ทดสอบที่ระดับนี้ มันก็ได้ดีดตัวพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าที่ระดับนี้เป็นระดับแนวรับที่แข็งแกร่ง

จากการวิเคราะห์ก่อนหน้านี้โดย Bitcoin News ได้มีการคาดการณ์ไปแล้วว่าราคาอาจจะร่วงต่อไปได้ถึงระดับ $6,350 แต่ดูเหมือนว่าแรงขายจะมีกำลังไม่เพียงพอที่จะทุบราคาไปถึงระดับนั้นได้ โดยราคาได้ร่วงลงต่ำสุดอยู่ที่ $6,477 ก่อนที่จะมีแรงซื้อจะกลับเข้ามาอย่างเห็นได้ชัดในกราฟรายชั่วโมง :

ตามการวิเคราะห์ของสื่อชื่อดัง

ราคาได้ดีดตัวพุ่งขึ้นสู่ระดับ 7,400 ดอลลาร์อย่างรวดเร็วก่อนที่จะชนแนวต้านและร่วงลงมาอยู่ที่แนวรับเดิมก่อนหน้านี้ที่แถว ๆ $7,060 ในกรอบสีฟ้าตามภาพ ซึ่งตอนนี้ Bitcoin เกาะยึดแนวรับนี้ไว้อย่างเหนียวแน่น

เราจะเห็นได้ว่าเหล่า ‘ปลาวาฬ’ นั้นไม่ต้องการที่จะทุบราคาลงไปถึงระดับ $ 5,550 เพราะพวกเขาต้องการที่จะทดสอบว่าตลาดจะมีการเคลื่อนไหวอย่างไร ถ้าราคาร่วงลงไปถึง 10% แต่ถึงกระนั้นการทุบราคาครั้งต่อไปอาจเกิดขึ้นได้อีกที่ระดับ 9,000 ดอลลาร์ ซึ่งหากราคาสามารถเบรคทะลุขึ้นมาอยู่ที่แถว ๆ $ 7,550-7,800 (ในโซนสีเหลือง) มันก็มีโอกาสที่ราคาจะพุ่งขึ้นไปทดสอบที่ระดับแนวต้านถัดไปที่ $ 9,000

เมื่อวานนี้จำนวนสัญญาฟิวเจอร์สของเหล่าผู้ซื้อไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ในขณะที่ราคาร่วงลดลง :

ตามการวิเคราะห์ของสื่อชื่อดัง

มันบ่งชี้แล้วว่าเหล่าผู้ซื้อเริ่มทยอยปิดสัญญา long positions ของพวกเขาแล้ว ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าในระยะสั้นราคาอาจมีแนวโน้มที่จะร่วงลดลงไปอยู่ในช่องสีฟ้าตามภาพ

เช่นเดียวกันกับฝั่งของผู้ขายที่ได้เริ่มปิดสัญญา short positions และทำกำไรเข้ากระเป๋าของพวกเขาไปแล้วในช่วงเมื่อวานนี้ :

ตามการวิเคราะห์ของสื่อชื่อดัง

การวิเคราะห์ Wave ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า wave Y กำลังจะตามมาด้วย a, b, c :

ตามการวิเคราะห์ของสื่อชื่อดัง

เราจะเห็นได้ว่า Wave (C) นั้นค่อนข้างสั้นและใกล้เคียงกับ Fibonanci ที่ระดับ 0.382 พอดี ดังนั้นการกลับตัวของราคาจึงค่อนข้างเป็นไปได้สูง เนื่องจาก wave ราคาที่ได้ร่วงลดลงนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2019 นั้นดูเหมือนว่าจะจบลงแล้วและมันกำลังผลักดันให้ราคา Bitcoin พุ่งสูงขึ้นเหนือกว่าระดับ 9,300 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นเป้าหมายในระดับโลก อย่างไรก็ตามหากราคาต้องการที่จะขึ้นไปทดสอบระดับนั้นมันจะต้องยืนเหนือระดับ $ 7,550-7,800 ให้ได้เสียก่อน

ตามการวิเคราะห์ของสื่อชื่อดัง…