รัฐบาลสหรัฐฯ

รัฐบาลสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายคริปโตสองตัว เสริมสร้างผู้ประกอบการ

รัฐบาลสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายคริปโตสองตัว เสริมสร้างผู้ประกอบการและปกป้องนักลงทุน

รัฐบาลสหรัฐฯ ไวโอมิงเพิ่งผ่านการร่างกฎหมายสองตัวเกี่ยวกับ Blockchain และคาดว่าจะได้ลงนามในกฏหมายโดยผู้ว่าการรัฐนาย Mark Gordon ในไม่ช้า

รัฐบาลสหรัฐฯ

ร่างกฎหมายใหม่ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตสองรายการ

ร่างกฎหมายสองตัวนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับชุมชนคริปโตในรัฐไวโอมิง เนื่องจากช่วยสร้างกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจนสำหรับ Blockchain ผู้ประกอบการและนักลงทุนคริปโต

ร่างกฎหมายตัวแรกที่ชื่อว่า SPDI จะช่วยให้ผู้ประกอบการด้าน Blockchain ที่มีความเสี่ยงกับบัญชีธนาคาร และร่างกฎหมายอีกตัวหนึ่งจะช่วยในเรื่องของการออก Tokenized โดยจะทำให้บริษัทสามารถออกหุ้นในรูปแบบ Tokenized แทนกระดาษได้

นาย Caitlin Long ผู้ร่วมก่อตั้ง Wyoming Blockchain Coalition กล่าวว่าทำไมร่างกฎหมายนี้ถึงเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมดาน Blockchain โดยเขาทวิตว่า:

“ตัว SPDI มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง มันจะช่วยปัญหาด้าน Blockchain ในการเข้าถึงตัวธนาคาร มีเพียงไม่กี่ธนาคารเท่านั้นที่สนับสนุนธุรกิจ Startup มีเรื่องราวร้าย ๆ เกิดกับบริษัท Startup เนื่องจากธนาคารได้ปิดบัญชีชองพวกเขา ยกตัวอย่างเช่น IRS ต้องการภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ต้องชำระทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบัญชีธนาคาร

จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของ Blockchain ที่มีเพียงไม่กี่ธนาคารที่ให้บริการแก่อุตสาหกรรมด้าน Blockchain ในการตรวจสอบพื้นฐาน / บัญชีเงินเดือน / การจัดการเงินสด ร่างกฎหมาย SPDI จะสร้างสถาบันรับฝากของรัฐ และสร้างมาเพื่อสำรองสำหรับธุรกิจเท่านั้น และสิ่งที่สำคัญก็คือร่าง SPDI ก็ไม่ได้รับประกัน FDIC ดังวุฒิสมาชิก Driskill กล่าวระหว่างการอภิปราย” นาย Long กล่าว

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://siamblockchain.com

หุ้นส่วนของ

หุ้นส่วนของ Ripple นาม SendFriend ระดมทุนได้ 1.7 ล้านดอลลาร์

หุ้นส่วนของ Ripple นาม SendFriend ระดมทุนได้ 1.7 ล้านดอลลาร์จากยักษ์ใหญ่ทางการเงิน

หุ้นส่วนของ Ripple บอกว่าเพิ่งระดมทุนได้ 1.7 ล้านดอลลาร์จาก MasterCard Foundation, Barclays, MIT Media Lab และ Ripple

หุ้นส่วนของ

เพิ่งระดมทุนได้

แพลตฟอร์ม SendFriend สร้างมาเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการส่งเงินไปยังต่างประเทศเป็นอย่างมาก และตอนนี้จะสามารถส่งเงินจากสหรัฐฯ ไปยังฟิลิปปินส์ได้แล้ว

นาย David Lighton ผู้ก่อตั้ง SendFriend กล่าวว่าบริการดังกล่าวมีกำหนดเปิดตัวในอีกประมาณหนึ่งเดือน โดยจะกำหนดมาตรฐานใหม่ที่ราคาถูกกว่าเดิม โดยราคาถูกกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมถึง 65 เปอร์เซ็นต์

SendFriend จะใช้ xRapid ของ Ripple ซึ่งจะใช้สินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง XRP เป็นสะพานเชื่อมต่อในการชำระเงินนั่นเอง

ระบบนี้จะช่วยให้ SendFriend นั้นสามารถหลบหลีกระบบธนาคารได้ โดยจะสามารถแปลงสกุลเงิินดอลลาร์เป็น XRP และส่งสินทรัพย์ดิจิทัลนี้ไปยังฟิลิปินส์และจะแปลงกลับเป็นเปโซฟิลิปินส์ทันที

กระบวนการนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้ระยะเวลาเพียงแค่สองสามนาที โดยเวลาที่ใช้สินทรัพย์ XRP ลดลงเหลือไม่กี่วินาทีเท่านั้น

โปรเจกต์นี้ได้รับรางวัลจาก MIT Media Lab Translational Innovation Alliance โดยมีผู้สนับสนุนรวมไปถึง Techstars, 2020 Ventures, 8 Decimal Capital, TaiYou Fund และ Mahindra Finance

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า CEO แพลตฟอร์ม Abra กล่าวว่าใช้ XRP ซื้อหุ้นสหรัฐฯ ได้ ซึ่งตรงนี้อาจแสดงให้เห็นแล้วว่าสถาบันทางการเงินหรือแพลตฟอร์มด้านการเงินเริ่มหันมาใช้ Ripple อย่างจริงจังแล้ว และ Ripple ยังเคลมว่า “xCurrent เอาชนะ SWIFT ได้มากกว่า 90%” พร้อมผลักดันให้สถาบันต่าง ๆ หันมาใช้ XRP มากขึ้น อีกด้วย

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://siamblockchain.com

Litecoin

Litecoin คืออะไร และเปรียบเทียบว่ามันแตกต่างกับ Bitcoin อย่างไร ?

Litecoin ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2011 โดยนาย Charlie Lee ซึ่งมีจุดประสงค์ที่จะเป็น “เงิน” ในขณะที่ Bitcoin เป็น “ทอง” ในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกเปรียบเทียบว่า Litecoin แตกต่างกับ Bitcoin อย่างไร

Litecoin คืออะไร เมื่อปี 2009 Satoshi Nakamoto ได้สร้าง Bitcoin ซึ่งเป็น Cryptocurrency สกุลแรกในโลกขึ้นมา โค้ดของมันเป็นแบบ Open Source ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดโปรเจกต์อื่นได้ มีคริปโตหลากหลายสกุลที่เกิดขึ้นจากการนำ Bitcoin ไปต่อยอด แต่ก็ใช่ว่าคริปโตเหล่านั้นจะประสบความสำเร็จอย่างเช่น Bitcoin ทุกโปรเจกต์

ภาพรวม

Litecoin

ความแตกต่างในการขุด

Litecoin

Litecoin เป็นคริปโตที่สามารถถูกขุดได้เช่นเดียวกับ Bitcoin เนื่องจากใช้ระบบ Proof-of-Work เป็น Consensus Mechanism ทั้งคู่ มันถูกสร้างขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมปี 2011 โดยนาย Charlie Lee อดีตวิศวกรของ Google และ Coinbase เขามีแรงจูงใจที่จะพัฒนาต่อยอดจาก Bitcoin ความแตกต่างหลัก ๆ คือมันใช้เวลาเพียง 2.5 นาทีในการสร้าง Block ต่างกับ Bitcoin ที่ใช้เวลา 10 นาที

สำหรับการขุด นั้นมีความแตกต่างจาก Bitcoin อย่างเห็นได้ชัดตรงที่ Bitcoin ใช้ Algorithm SHA-256 แต่ Lightcoin จะใช้ Scrypt (แต่เดิมชื่อว่า s-crypt) ซึ่งจะให้ความสำคัญแก่ RAM ความเร็วสูง มากกว่ากำลังประมวลผล

อ้างอิงจาก Coinwarz ในขณะที่ Bitcoin มีกำลังขุดทั้งหมดในเครือข่ายอยู่ที่ 50,109 PH/s Litecoinมีกำลังขุดทั้งหมดในเครือข่ายอยู่ที่ 240 TH/s ที่มีความต่างกันของกำลังขุดเป็นอย่างมาก เนื่องจากหน่วยของเครื่องขุดแต่ละเครือข่ายนั้นมีสัดส่วนที่ต่างกัน

ความแตกต่างในการทำธุรกรรม

ข้อแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่าง Litecoinกับ Bitcoin คือ Litecoinถูกออกแบบมาให้ยืนยันธุรกรรมได้รวดเร็วกว่า Bitcoin ซึ่งส่งผลให้สามารถรองรับปริมาณการทำธุรกรรมที่มากกว่าได้ จากการที่สร้าง Block ได้รวดเร็วกว่า Bitcoin ถึง 4 เท่า นอกจากนี้ เวลาในการสร้าง Block ที่สั้นกว่า Bitcoin ยังทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาการ Double Spending น้อยลงอีกด้วย (หากสมมุติว่าทั้งสองเครือข่ายมีกำลังขุดเท่ากัน)

ด้วยความเร็วในการทำธุรกรรม และการยืนยันที่ว่องไวกว่า ทำให้ประเด็นดังกล่าวถูกนำมาเปรียบเทียบกับ Bitcoin บ่อยครั้ง พ่อค้าส่วนใหญ่ที่รับ จะอนุญาตให้การทำธุรกรรมที่ยังไม่ได้รับการยืนยันเกิดขึ้นได้ (Zero-Confirmation) ซึ่งจริง ๆ แล้วการธุรกรรมนั้นเกิดขึ้นในทันที เพียงแต่รอการยืนยันจากเครือข่ายเท่านั้น

ความแตกต่างในนักพัฒนา

Litecoin

Bitcoinถูกสร้างขึ้นโดย Satoshi Nakamoto ซึ่งเป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้วที่ยังคงไม่มีใครล่วงรู้ว่าตัวจริงของเขานั้นเป็นใครมาจากไหน เขาปรากฎตัวขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2009 ในเว็บบอร์ด Bitcointalk และได้หายตัวไปเมื่อปี 2010 หลังจากที่สร้าง Bitcoin ขึ้นมาสำเร็จ และอัปเดทมันอยู่พักหนึ่ง มีรายงานระบุว่า Wallet ของเขาไม่ได้มีการเคลื่อนย้ายธุรกรรมใด ๆ เลย ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 1 ล้าน BTC อยู่ในนั้น

Litecoinถูกสร้างขึ้นโดยนาย Charlie Lee อดีตวิศวกรของ Google และ Coinbase ซึ่งปัจจุบันเขาได้ขาย ของเขาทิ้งไปทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อย เนื่องจากมีปัญหาด้านผลประโยชน์ เขาเลยตัดสินใจที่จะขายทั้งหมดทิ้งเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://siamblockchain.com