เมื่อมัลแวร์ตัวใหม่ล่าสุดชื่อว่า

การปกป้อง Bitcoin จากการโจมตีทางไซเบอร์ในช่วงCOVID-19

เมื่อมัลแวร์ตัวใหม่ล่าสุดชื่อว่า EventBot trojan ที่สามารถขโมยข้อมูลบัญชีการเงินและกระเป๋าเงินดิจิตัล จะฝังตัวไปกับตัวดาวน์โหลดแอปที่ดูน่าเชื่อถือหรือที่ผู้ใช้งานมักจะใช้อยู่เสมอเช่น Microsoft Word ซึ่งหลังจากนั้นมันจะเข้าสามารถเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์ของพวกเราและดึงเอารหัสผ่านจากการล็อก Key และแม้กระทั่งข้อความ SMS และ 2FA ก็สามารถเอาไปได้ด้วยเช่นกัน

ช่วงนี้ทั้ง Malware และการ phishing กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นเยอะจนหน้าตกใจเป็นอย่างมากจากการระบาดใหญ่เนื่องจากแฮกเกอร์ใช้ประโยชน์จากความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นและจำนวนผู้ที่ทำงานที่บ้านมากขึ้นและอยู่นอกเหนือระบบรักษาความปลอดภัยตามปกติขององค์กรหรือบริษัทที่ได้มาตราฐาน

อาทิเช่นการโจมตีโดยการส่งอีเมลฟิชชิงที่จำลองการแจ้งเตือนด้านสุขภาพหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากองค์กรของแต่ละคนเพื่อเอาข้อมูล หรือการขโมยข้อมูลใน LinkedIn ด้วยโปรไฟล์ปลอมของคนที่ดูมีความน่าเชื่อ จากนั้นส่งข้อความภายใน LinkedIn ที่มีลิงก์สำหรับติดตั้ง Malware ลงไปและขอให้เป้าหมายเปิดดูไฟล์หรือแอพดังกล่าวและทำการขโมยข้อมูลออกไป

ซึ่งการแฮ็กบน LinkedIn มีขั้นที่มากกว่านั้นโดยการพยายามเข้ามาเป็นเจ้าของบัญชีแทนซึ่งเกิดขึ้นกับหลาย ๆ คนเป็นอย่างมากในช่วงเวลาที่ผ่านมาและคงจะถูกนำไปใช้จารกรรมต่อไปในอนาคต

ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลกำลังเกิดขึ้นตามมาซึ่งเป็นผลสืบเนื่องของความพยายามอย่างของผู้คนที่ต้องการติดตามข่าวสารไวรัสโควิด 19 ทำให้ผู้คนเต็มใจที่จะให้ข้อมูลส่วนตัวหรือดาวน์โหลดแอพบางอย่างมาได้ง่าย ๆ และเป็นเนื้อร้ายแบบที่เขาไม่คาดคิด

ผู้ที่ใช้งานและเทรดคริปโตเคอเรนซี่นั้นยิ่งต้องให้ความสำคัญกับการขโมยข้อมูลออนไลน์แบบนี้เป็นอย่างมาก เพราะเงินของพวกเรานั้นอยู่ออนไลน์และพวกแฮ็คเกอร์ก็พร้อมจะเอามันไปอยู่เสมอ ทั้งหมดนี้คือขั้นตอนที่จะสามาถช่วยคุณได้มากในสถาการณ์แบบนี้

-เปิดใช้งาน 2-factor authentication เสียจากข้อมูลของ Microsoft พบว่า 99.9% ของบัญชีที่ถูกบุกรุกไม่ได้เปิดใช้งานการรับรองความถูกต้องแบบหลายปัจจัยซึ่งทำให้ผู้ที่ต้องการแฮ็คต้องเจอกับการป้องกันหลากหลายอย่างและอาจจะต้องถอดใจก่อนจะได้บัญชีของคุณไป

-ใช้รหัสผ่านที่แตกต่างกันสำหรับทุกบัญชีที่คุณมี

-ใช้ Password ที่ยากต่อการคาดเดาและไม่ง่ายจนเกินไป 83 เปอร์เซ็นต์ของคนอเมริกานั้นใช้รหัสที่อ่อนไปมาก ๆ

-ตรวจสอบให้แน่ใจว่าซอฟต์แวร์ไวรัสของคุณทันสมัยรวมถึงการติดตั้งการป้องกันบนโทรศัพท์ของคุณหากมือถือเป็น Android ที่มีสถิติเผยว่า 98 เปอร์เซ็นต์ของการโจมตีโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบของมัลแวร์ที่ดาวน์โหลดไปยังอุปกรณ์เองแทบทั้งสิ้น

-เลือกสถานที่ดาวน์โหลดแอพที่ได้รับการยอมรับเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด และตรวจสอบแหล่งที่มาก่อนคลิกลิงก์ใด ๆ ก็ตามที่คุณได้รับในอีเมลข้อความหรือข้อความ ต่าง ๆ…

พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เมื่อไม่นานมานี้เองบนฐานข้อมูลของ

ค้นหาคำว่า Bitcoin Halving ใน Google สูงขึ้นกว่าที่เคยมี

การค้นหาคำว่า Bitcoin Halving บน Google พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เมื่อไม่นานมานี้เองบนฐานข้อมูลของ Google ได้เผยให้เห็นว่ามีผู้คนเข้าไปค้นหาคำว่า Bitcoin Halving เยอะอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนซึ่งมากกว่าช่วง 2016 เสียอีกด้วย

ซึ่งล่าสุดมีการค้นหาบน Google คำว่า “Bitcoin halving” ที่ทำสถิติมีเยอะสูงที่สุดตลอดกาลเกินกว่าที่เหตุการณ์ halving ที่ผ่านมามากถึง 350 %

จำนวนคำค้นหาคำว่า Bitcoin Halving บน Google พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เมื่อไม่นานมานี้เองบนฐานข้อมูลของ Google ได้เผยให้เห็นว่ามีผู้คนเข้าไปค้นหาคำว่า Bitcoin Halving เยอะอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนซึ่งมากกว่าช่วง 2016 เสียอีก

ปัจจุบันมีการค้นหาบน Google คำว่า “Bitcoin halving” ที่ทำสถิติมีเยอะสูงที่สุดตลอดกาลเกินกว่าที่เหตุการณ์ halving ที่ผ่านมามากถึง 350 %

การค้นหาคำว่า Bitcoin (BTC) Halving เพิ่มขึ้นไปถึงระดับ 100 บน Google ซึ่งนับว่าเป็นค่าที่สูงสุดเท่าที่เคยมีมา โดยในช่วงเวลาของการ Halving ในปี 2016 ค่านี้อยู่ที่ 28 ซึ่งหมายความว่าระดับความสนใจในปัจจุบันสูงขึ้นเกือบ 360 % จากเมื่อ 4 ปีที่แล้วแบบเห็นได้ชัดเจน

โดยการ Halving ก่อนหน้านี้ลดการจ่ายรางวัลต่อบล็อกจาก 25 BTC เป็น 12.5 BTC โดยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2016 แม้ว่าราคาจะเพิ่มขึ้นก่อนเหตุการณ์ก็ตาม

แล้วทุกคนสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของ Bitcoin ทีมีเพิ่มขึนอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่เหตการณ์ Black Thursday ของเมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมาอย่างไรก็ตาม Bitcoin ยังไม่เคยกลับขึ้นไปแตะที่จุดสูงสุดเดิมของมันที่ราคา 20,000 ดอลลาร์เลยแม้แต่ครั้งเดียว

มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ แต่ Bitcoin ก็ติดอยู่ในตลาดขาลงมาสองปีครึ่งแล้ว และในการที่จะทำลายเทรนขาลงของ Bitcoin ได้นั้นตัวมันเองจะต้องทำลายสถิติสูงสุดก่อนหน้านี้ในเดือนธันวาคม 2017 ให้ได้ ซึ่งเป็นเวลาให้หลัง 17 เดือนจากการ Halving หากเป็นไปได้

พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เมื่อไม่นานมานี้เองบนฐานข้อมูลของ

ให้ความสนใจของสาธารณชนในเหตุการณ์ Bitcoin Halving นั้นไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก เมื่อพิจารณาว่าเหรียญ cryptocurrency ดังกล่าวนั้นเริ่มขยายตัวและเป็นที่พูดถึงในวงกว้างในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นอกจากการเติบโตที่เป็นไปตามธรรมชาตินี้แล้ว วิกฤตทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นความต้องการ Bitcoin ให้มีมากขึ้นด้วย

ผู้จัดการกองทุนป้องกันความเสี่ยงชื่อดังนาย Paul Tudor Jones ได้ออกมายกย่อง Bitcoin ว่าเป็นตัวช่วยป้องกันความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่ดี ด้วยน้ำหนักของชื่อเสียงของเขาในอุตสาหกรรมการเงินอาจทำให้ระดับการยอมรับสถาบันที่สามารถผลักดันให้ Bitcoin กลับไปทำจุดสูงสุดใหม่ของราคา…

นั้นจะไม่มีอะไรสามารถที่จะหยุดมันได้แล้วในขณะนี้

Bitcoin ราคาพุ่งทะลุ 9,620 ดอลลาร์ อีกครั้ง ก่อน Halving

ราคาของ Bitcoin นั้นจะไม่มีอะไรสามารถที่จะหยุดมันได้แล้วในขณะนี้ เมื่อราคาของมันนั้นได้พุ่งทะลุเส้นเทรนด์แนวต้านสำคัญไปแตะ 9,620 ดอลลาร์ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นก่อนการ halving เพียงไม่กี่วัน

นั้นจะไม่มีอะไรสามารถที่จะหยุดมันได้แล้วในขณะนี้

จากกราฟ TradingView เผยให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของราคา Bitcoin เมื่อช่วง 2 ทุ่ม โดยราคาบนเว็บ Bitstamp นั้นได้พุ่งไปแตะ 9626.77 ดอลลาร์อย่างรุนแรง ทำลายเส้นกรอบแนวต้านขาลงของตั้งแต่จุดสูงสุดของปี 2019 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าตลาด Bitcoin นั้นพร้อมที่จะปะทุขึ้นไปหาระดับ 10,000 ดอลลาร์ได้ทุกเมื่อแน่นนอน

นั้นจะไม่มีอะไรสามารถที่จะหยุดมันได้แล้วในขณะนี้

ราคาบนตลาดไทยอย่าง Bitkub นั้นก็มีการเพิ่มขึ้นของราคาที่สูงขึ้นอย่างมากเช่นกัน โดยราคานั้นได้พุ่งไปแตะ 305,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 9,406.90 ดอลลาร์ ซึ่งยังน้อยกว่าของราคาตลาดโลกอยู่ที่ราว ๆ 6,000 บาท

นั้นจะไม่มีอะไรสามารถที่จะหยุดมันได้แล้วในขณะนี้

ขณะเดียวกัน บนเว็บเทรดในไทยอีกเจ้าหนึ่งอย่าง Satang Pro นั้นก็ได้มีการเพิ่มขึ้นของราคาเช่นกัน แต่ว่ายังน้อยกว่าของเว็บด้านบนอย่างมาก โดยอยู่ที่ 303,000 บาท หรือประมาณ 9,343.20 ดอลลาร์ เผยให้เห็นถึงช่องทางในการทำ arbitrage

การ Halving นั้นกำลังเข้าใกล้มาเรื่อย ๆ โดยในตอนนี้เราเหลืออีกเพียงแค่ 4 วันเท่านั้น ผู้คนต่างก็คาดหวังว่าเมื่อเกิดการ halving ที่จะทำให้การเกิดเหรียญ BTC ใหม่ลดลง 50% จาก 1,800 BTC ต่อวันเหลือแค่ 900 BTC ต่อวันจะทำให้ Bitcoin มีความหายากมากขึ้น และมีราคาที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงเหมือนกับเมื่อตอนปี 2017

อย่างไรก็ตาม ในวงการคริปโตนั้น อะไรก็เกิดขึ้นได้ และอนาคตนั้นดูเหมือนว่าจะไม่แน่นอน ซึ่งนักลงทุนนั้นก็ไม่ควรประมาทเหมือนกัน…

คาดการณ์ว่าการพุ่งขึ้นของราคา

รัฐบาลสหรัฐฯ อัดเม็ดเงินเข้าในระบบเศรษฐกิจ เลยเป็นขาขึ้นของราคา Bitcoin

มหาเศรษฐีพันล้าน นาย Mike Novogratz คาดการณ์ว่าการพุ่งขึ้นของราคา Bitcoin ล่าสุดนี้ถือเป็นผลพวงมาจากการอัดฉีดเงินของรัฐบาลสหรัฐนั้นเอง

ซึ่งนาย Mike Novogratz ได้ออกมาแสดงความเห็นล่าสุดของเขาว่ารัฐบาลสหรัฐ นั้นกำลังมีส่วนช่วยทำให้ตลาดคริปโตกลายมาเป็นขาขึ้น เนื่องจากว่าการอัดฉีดเม็ดเงินเข้ามาในระบบเศรษฐกิจเพื่อต่อสู้โคโรน่า

“รายได้ต่อบ้านแต่ละหลังในสหรัฐฯน่าจะเพิ่มขึ้นในปีนี้ แม้ว่าพวกเราจะยังมีผู้ที่ว่างงานอยู่ถึง 25%” กล่าวโดยนาย Novogratz ผ่านทวิตเตอร์ของเขาเมื่อวานนี้

“นี่เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงเลย ต้องขอบคุณลุงแซมและประธาน Powell ซึ่งการยื่นมือเข้ามาช่วยจัดการความไม่ปกติของสังคมอาจช่วยอธิบายได้ถึงการเข้ามาในตลาดหุ้นของรายย่อยที่มากขึ้น และนั่นส่งผลดีต่อ Bitcoin ด้วย”

การระบาดของไวรัสโคโรน่าไปถึงสหรัฐ ส่งผลทำให้รัฐบาลนั้นต้องประกาศล็อคดาวน์ และหยุดกิจกรรมการดำเนินธุรกิจทั้งหมด เพื่อต้องการให้ผู้คนอยู่กับบ้าน และชะลอการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า

ต่อมา ตลาดหุ้นและตลาดอื่น ๆ ก็ได้ตอบรับมาตรการดังกล่าวด้วยการร่วงลงอย่างรุนแรงตามที่เราได้เห็นสัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่าของการร่วงลงอของราคา ในขณะเดียวกันตลาด Bitcoin นั้นก็ได้รับผลกระทบไปด้วย แต่ก็ดูเหมือนว่าจะมีการฟื้นตัวกลับมาได้

การ halving ของ Bitcoin กำลังจะเข้ามาถึงในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้ ผู้คนเริ่มที่จะให้ความสนใจกันมากขึ้น และตั้งคำถามว่าการ halving นี้จะมาทำให้ตลาดของ BTC กลายเป็นขาขึ้นได้ท่ามกลางวิกฤตไวรัสโคโรน่าหรือเปล่า นี่ก็ต้องรอดูกันต่อไปเหมือนกัน…

จากอดีตประธานธนาคารแห่งประเทศจีน

Li Lihui ชี้เงินดิจิทัลหยวน จะมาแทนเงินสดในอนาคต

จากอดีตประธานธนาคารแห่งประเทศจีน Li Lihui เปิดเผยว่าเงินหยวนดิจิตอลนั้นใกล้เปิดตัวออกมาแล้วและมันสามารถนำมาใช้แทนเงินสดได้ภายใต้เงื่อนไขสี่ประการ

และจากเคยได้รายงานไปแล้วเงินหยวนดิจิทัลของธนาคารกลางกำลังอยู่ในช่วงทดสอบ ชาวจีนผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตต่างตื่นเต้นทำให้มีการเสิร์ชเกี่ยวกับเงินดิจิทัลหยวนและคริปโตเคอร์เรนซีเพิ่มมากขึ้น

นาย Lihui ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับ People’s News ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2020 โดยเผยว่าหยวนดิจิทัลถูกออกแบบมาไม่ได้ให้พึ่งพาเครือข่ายใดๆ หรือธนาคารที่เป็นบุคคลภายนอก ไม่เหมือนกับ WeChat Pay และ Alipay เขากล่าวว่าหยวนดิจิทัลนี้จะมาแทนที่เงินสดที่ใช้อยู่ปัจจุบันได้มันจะต้องเข้าเงื่อนไขครบทั้งสี่ข้อซึ่งก็คือ

“หยวนดิจิทัลสามารถกลายเป็นรูปแบบของสกุลเงินและวิธีการชำระเงินกระแสหลักได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่ามันมีประสิทธิภาพมากกว่าหรือเปล่า, ลดต้นทุนการทำธุรกรรมไหม, มีขนาดทางเศรษฐกิจเพียงพอกับมูลค่าทางการค้าหรือเปล่าและคนยอมรับมันหรือไม่”

นาย Li เชื่อว่าเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังหยวนดิจิทัลนั้นก็คือสกุลเงินดิจิทัลนั่นแหละ โดยเขาได้กล่าวถึงนิยามของสกุลเงินดิจิทัลที่จะต้องมีองค์ประกอบสามประการด้วยกันคือเป็นสกุลเงินที่ถูกกฎหมาย, เป็นคริปโตเคอร์เรนซีที่ใช้บล็อกเชนและจะต้องเป็นสกุลเงินดิจิทัลของสถาบันที่เชื่อถือได้นั่นเอง

แล้วคริปโตอย่าง Bitcoin นั้นถูกออกแบบมาให้ไม่มีการเปิดเผยตัวตนแต่โปร่งใส ส่วนเงินหยวนดิจิทัลนาย Li ก็มองว่ามันสามารถทำธุรกรรมที่ไม่ต้องมีการเปิดเผยตัวตนได้เช่นกัน แต่อาจจะมีข้อจำกัดว่าจะทำได้มากน้อยเพียงใดและต้องดูด้วยว่าเป็นธุรกรรมเกี่ยวกับอะไร อย่างใด…

ของเว็บผู้ให้บริการเทรด

Changpeng Zhao โดนคู่แข่งโจมตีด้วย DDoS

CEO ของเว็บผู้ให้บริการเทรด Bitcoin อันดับหนึ่งของโลก Binance เผยว่าเว็บของเขานั้นถูกโจมตีแบบ DDoS โดยคู่แข่งของพวกเขาที่ต้องการจะทำลายชื่อเสียงของ Binance มากกว่าที่จะขโมยเหรียญคริปโต

โดย นาย Changpeng Zhao หรือ CEO ของ Binance ให้สัมภาษณ์กับทาง cointelegraph ว่ามีการโจมตีที่เตรียมพร้อมมาอย่างดีเพื่อหวังให้เว็บ Binance นั้นไม่สามารถใช้งานได้ในบางประเทศในทวีปเอเชีย

เขากล่าวว่ามันมีสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าการโจมตีนั้นมาจากทางคู่แข่งของพวกเขา เนื่องจากว่าเครื่องมือในการทำ DDoS ดังกล่าวนั้นมันมีมูลค่าที่แพงเกินไปสำหรับนักแฮ็ค พร้อมชี้ว่า

“การโจมตีนั้นถูกโฟกัสไปที่ตัว public endpoint ทั้งหมดของเราในพื้นที่เหล่านั้นเป็นเวลาพร้อม ๆ กัน พวกเราใช้ระบบ caching, clustering และระบบการกระจายเพื่อทำการปรับแต่งการแสดงผลที่ลื่นไหลของเว็บให้กับผู้ใช้งานจากทุก ๆ ส่วนบนโลกนี้ และในแต่ละประเทศนั้น พวกเราใช้ระบบสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ผสมกันไป”

นาย Zhao ยังอ้างว่ามีการสร้างแคมเปญมืดเพื่อโจมตี Binance โดยชี้ไปที่วงการคริปโตในประเทศจีน พร้อมกล่าวว่าวงการนั้นทั้งวงการถือเป็นสื่อด้านมืดที่พร้อมจะเขียนข่าวด้านลบ ๆ ของคู่ต่อสู้หากว่าคุณสามารถที่จะจ่ายเงินให้พวกเขาได้

และนาย Zhao ยังอ้างว่าสื่อด้านมืดเหล่านี้รับเงินจากคู่แข่งของ Binance เพื่อที่พวกเขาจะสามารถเขียนข่าวโจมตีพวกเขาได้อีกด้วย โดยนาย Zhao กล่าวว่า

“หากคุณอยู่ในวงการนี้มานาน คุณจะรู้ว่าพวกเขาเป็นใคร มันถือเป็นเรื่องที่ชุมชนในจีนนั้นก็รู้ดีอยู่ด้วย แต่บางทีวงการเหล่านี้ก็ยังคงอยู่ไปเรื่อย ๆ ภายใน 5 นาทีของการโจมตีนั้นเผยให้เห็นถึงความเสียหายเล็กน้อย แต่ก็มีบทความที่ยาวเหยียดเกี่ยวกับการที่เว็บของเรานั้นเปิดให้บริการไม่ได้รวมถึงบทความด้านลบอื่น ๆ โผล่ขึ้นมาเพียบ”

แล้วจากนี้เขายังกล่าวว่าการโจมตีในรอบที่ 2 และ 3 ในวันพฤหัสฯ และศุกร์ที่ผ่านมา แต่มันไม่ได้มีผลกระทบมากนัก เนื่องจากว่าทางเว็บมีการป้องกันที่ดีอยู่แล้ว…

แก่ชาวอเมริกัน

ส.ส.สหรัฐฯ เรียกร้องให้นำเอา Blockchain มาใช้ช่วยในการจ่ายเงินเยียวยาเหยื่อ COVID-19

ช่วงวันอังคารที่ผ่านมามีจดหมายจากสมาชิกสภาคองเกรส 11 คนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยเปิดเผยต่อสาธารณชนว่าต้องกระตุ้นให้นาย Mnuchin พิจารณาการใช้เทคโนโลยี Blockchain เพื่อช่วยในการตรวจสอบมาตรการกระตุ้น COVID-19 แก่ชาวอเมริกัน อ้างอิงจาก Forbes

จากลักษณะที่มีความละเอียดและปลอดภัยสูงจึงการแนะนำกระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกาให้ส่งเงินให้กับประชาชนด้วยความเร็วและความปลอดภัยอันเป็นผลมาจากการใช้เทคโนโลยี blockchain

ซึ่งตามพระราชบัญญัติความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (พระราชบัญญัติ CARES) ได้ลงนามในกฎหมายเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2020 และได้รับเงิน อย่างไรก็ตามการส่งมอบเงินให้กับทุกคนที่มีสิทธิ์ได้รับการกระตุ้นให้เป็นไปตามเวลานั้นเป็นสิ่งที่ท้าทาย

 แก่ชาวอเมริกัน

มีมากถึง 90 ล้านจาก 150 ล้านคนที่มีสิทธิ์ได้เงินของพวก ณ วันที่ 17 เมษายน ยังมีอีกจำนวนกว่า 60 ล้านที่ยังคงรอเงินอยู่และยังมีครอบครัวที่มีรายได้ต่ำที่ปกติไม่ได้แสดงรายการภาษี รวมถึงยังมีจำพวกที่เข้าถึงบริการทางการเงินขั้นพื้นฐานทั่วไป

โดยจดหมายฉบับนี้มีขอเรียกร้องให้กระทรวงการคลังใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมของภาคเอกชนเช่น blockchain และ DLT เพื่อสนับสนุนหน้าที่ที่จำเป็นของรัฐบาลในการเผยแพร่และติดตามโครงการบรรเทาทุกข์และชี้แนะว่าแนวทางทั้งหมดสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งมอบผลประโยชน์พระราชบัญญัติ CARES ทั้งหมด

จดหมายฉบับนี้นำเสนอโดยสมาชิกสภาคองเกรสนาย Darren Soto (D-FL) ผู้เป็นประธานร่วมของสภาคองเกรส Blockchain Caucus รวมถึงเพื่อนร่วมทีมอย่างนาย Tom Tom Emmer (R-MN) และสมาชิกสภาคองเกรสนาย David Schweikert (R-AZ) รวมถึงยังมีผู้เห็นด้วยคนอื่น ๆ ที่ลงนามเพิ่มเติม ได้แก่

-สมาชิกสภานาย Ted Budd (R-NC)
-สมาชิกสภานาย Warren Davidson (R-OH)
-สมาชิกสภานาย Tulsi Gabbard (D-HI)
-สมาชิกสภานาย Tulsi Gabbard (R-OH)
-สมาชิกสภานาย Ro Khanna (D-CA)
-สมาชิกสภานาย Ben McAdams (D-UT)
-สมาชิกสภานาย Bill Posey (R-FL)
และตัวแทนนาง Stacey Plaskett (DU.S. Virgin Islands) เป็นผู้หญิงชาวแอฟริกัน – อเมริกันคนแรกที่เข้าร่วม Congress Blockchain Caucus เมื่อปีที่แล้ว
จดหมายฉบับนี้ยังกล่าวถึงความจำเป็นในการแข่งขันกับจีน การผลักดันการบริหารเพื่อส่งเสริมเทคโนโลยี blockchain ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับสมาชิกสภาคองเกรสโซโตซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจดหมาย 2 พรรคในเดือนกรกฎาคม 2019 ถึงokp Larry Kudlow ประธานสภาเศรษฐกิจแห่งชาติในทำเนียบขาว

จดหมายฉบับนั้นต้องการกระตุ้นให้ทำเนียบขาวลงมือทำหลายเรื่องด้วยกันและเกี่ยวข้อง blockchain โดยระบุว่า ‘เพื่อให้สามารถดำเนินการต่อได้ในฐานะของผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีสหรัฐอเมริกาควรมีส่วนร่วมกับผู้กำหนดนโยบายภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาเพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยี Blockchain เพื่อสำรวจสิทธิประโยชน์เพื่อประโยชน์ส่วนตัวและสาธารณะ ทำงานร่วมกันในนโยบายข้ามภาคการกำหนดมาตรฐานการปรับขนาดและปัญหาการดำเนินการ และหารือเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้ ‘

ส่วนด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง Mnuchin ได้ออกมาอธิบายเกี่ยวกับการมุมมองของเขาเกี่ยวกับ crypto ที่ยังคงแสดงท่าทีเป็นกังวล และลังเล โดยเมื่อเขากล่าวว่า ‘ผมต้องการระวังว่าใครก็ตามที่ใช้ bitcoin ไม่ว่าราคาจะเป็นอย่างไร จะใช้มันเพื่อจุดประสงค์ที่เหมาะสมและไม่มีวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมายหรือไม่ … ธุรกรรมหลายพันล้านดอลลาร์เกิดขึ้นใน bitcoin และ cryptocurrencies อื่น ๆ เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมายยังคงมีให้เห็นอยู่เยอะและผิดจุดประสงค์

 แก่ชาวอเมริกัน

ซึ่งอย่างไรก็ตาม Blockchain เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การทำธุรกรรม Peer to Peer สำหรับ cryptocurrency และได้รับการสำรวจทั่วโลกโดย บริษัทใหญ่ ๆ เกี่ยวกับวิธีการดำเนินการชำระเงินได้เร็วขึ้นและประหยัดค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลในการประมวลผล

Forbes ได้สร้างรายชื่อบริษัทที่รู้จักกันในชื่อ “Blockchain 50” ซึ่งประกอบไปด้วย ‘องค์กรที่รวบรวมเทคโนโลยีพื้นฐานคริปโตเคอเรนซี่เช่น bitcoin และใช้มันเพื่อเร่งกระบวนการทางธุรกิจเพิ่มความโปร่งใสและประหยัดเงินได้หลายพันล้านดอลลาร์เลยทีเดียว’

ส่วนทางประเทศจีนซึ่งเพิ่งประกาศว่า “จะทำสกุลเงินดิจิตอลของตัวเองนั้นได้นำนโยบายที่แตกต่างไปสู่ ​​cryptocurrency มากกว่าที่จะใช้สำหรับบล็อกเชน ในขณะที่หลาย ๆ ครั้งที่ประเทศจีนดูเหมือนจะควบคุมการใช้ cryptocurrencies แต่ดูเหมือนว่ามุมมองที่ท้าทายของประเทศนี้ในด้านบล็อกเชนก็นั้นก็คือคือทรัพยากรจำนวนมากมีไว้เพื่อช่วยเร่งการเติบโตของเทคโนโลยีนี้เท่านั้น

ขณะที่ยังไม่ค่อยมีใครได้ยินเกี่ยวกับ blockchain จากฝ่ายผู้นำการบริหาร แต่พวกเราก็ได้แต่หวังว่าพวกเขาจะสามารถในเข้าใจความแตกต่างและไม่มีความคิดที่วาา blockchain ก็คือ bitcoin หรือไม่สนใจว่าภาคเอกชนเรียกร้องและที่เชื่อว่า blockchain สามารถใช้ช่วยเร่งการส่งเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้พระราชบัญญัติ CARES ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยพวกเราหวังว่าฝ่ายบริหารจะทำความเข้าใจและนำไปปรับใช้เร็ว

ส่วนด้านของนาย Roger Brown หัวหน้าฝ่ายภาษีและข้อบังคับของ Lukka บริษัทที่เสนอโปรแกรมการเตรียมภาษีสกุลเงินคริปโตเคอเรนซี่ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ‘การใช้งาน Blockchain ทำหน้าที่นั้นเป็นวิธีการที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่จะได้รับเช็คกระตุ้นเศรษฐกิจเนื่องจากมีการหลอกลวงจำนวนมากในปัจจุบันที่ใช้ความอ่อนแอจากการได้รับความช่วยเหลือมาหลอกทำมาหากิน ด้วยกลโกงหลากวิธีของพวกมัน ‘

นาย Erick Pinos ผู้นำในระบบนิเวศของอเมริกา (Americas Ecosystem Lead) เชื่อว่า Blockchain สาธารณะที่มีประสิทธิภาพสูงบวกกับแพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันที่มีใช้งาน ’Blockchain จะช่วยให้การโอนเงินอย่างรวดเร็วและปลอดภัยจากบุคคลหนึ่งสู่อีกคนด้วยค่าธรรมเนียมที่ต่ำมากและไม่จำเป็นต้องมีคนกลาง สรุปก็คือการชำระเงินแบบ blockchain ทำได้รวดเร็ว สะดวก และปลอดภัยเป็นอย่างมากมันถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะใช้มัน

นาย Alex Mashinsky แห่ง Celsius ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการให้สินเชื่อ crypto ตั้งข้อสังเกตว่า blockchain ยังอยู่ในช่วงวัยเด็กและอาจจะยังไม่พร้อมก็เป็น โดยเขาระบุว่า “ blockchain ยังไม่ได้มีไปซะทุกแห่งในโลก” ที่พร้อมจะจัดการและทำได้จริงเช่นการส่งมอบเงินในช่วง COVID-19 พวกมันอาจจะยังไม่พร้อมก็เป็นได้

แล้วทั้งหมดนี้เองจึงมีเหตุผลที่คาดว่าจะได้ว่ารัฐบาลได้รับแรงกดดันอย่างต่อเนื่องทั้งรัฐสภาในทำเนียบขาวและคลังเพื่อหาวิธีส่งเช็คเงิน COVID-19 เหล่านี้ไปยังผู้ที่ต้องการมากที่สุดในเวลาที่เหมาะสมและนำเทคโนโลยีการชำระเงินที่ทันสมัยที่สุดมารับพวกเขาจะนำมันมาใช้หรือไม่

 

แก่ชาวอเมริกัน…

แต่เวลาที่แน่นอนจะแตกต่างกันออกไป

พบความไม่ปกติบน Blockchain ของ Bitcoin

ปกติแล้วนั้น Bitcoin จะมีการสร้าง Block ใหม่ทุก ๆ 10 นาทีโดยเฉลี่ย แต่เวลาที่แน่นอนจะแตกต่างกันออกไป บ้างเล็กน้อยขึ้นอยู่กับระดับความยากง่ายของการขุดในปัจจุบันซึ่งจะสามารถปรับเปลี่ยนได้ในทุก ๆ 2016 Block หรือประมาณ 2 สัปดาห์ต่อครั้ง
คิดแล้วก็คงประมาณ 6 Block ต่อ 1 ชั่วโมงมาหลายต่อปีแต่ทว่าตอนนี้ Bitcoin มีการสร้าง Block มากถึง 16 Block ภายในระยะเวลา 63 นาทีเท่านั้นตามการรายงานของ Blockstream bitcoin block explorer และมีถึง 4 Block ด้วยกันที่ถูกขุดภายในระยะเวลาเพียงแค่ 46 วินาทีเท่านั้นตอนดเวลาประมาณ 19:02 UTC ในวันศุกร์ ที่ผ่านมา
แต่เวลาที่แน่นอนจะแตกต่างกันออกไป
ซึ่งความน่าสนใจของ Block Bitcoin ที่ผิดปกตินี้ถูกพบเห็นเป็นครั้งแรกโดยผู้ใช้งานที่มีชื่อว่า Étienne Larrivée ผู้พัฒนา bitcoin ที่ Satoshi Portal ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการทางการเงินของแคนาดา bitcoinได้ให้ความเห็นกับทาง Coindesk ว่า
“เกิด 4 Block ใหม่ภายในไม่ถึงนาทีนั้นมันเป็นอะไรที่รู้สึกไม่ปกติเอาซะเลย แต่มันอาจจะเป็นเพียงแค่ความแปรปรวนเท่านั้นก็เป็นได้”
แต่เวลาที่แน่นอนจะแตกต่างกันออกไป
โดยการผลิต Block อย่างรวดเร็วดังกล่าวอาจส่งสัญญาณว่าระดับความยากในการขุดปัจจุบันของ bitcoin กำลังต่ำเกินไปซึ่งหมายความว่าการขุด Block ใหม่นั้นมีค่าความง่ายที่มากเกินไป หรืออาจเป็นแค่เรื่องบังเอิญของความแปรปรวนของเวลา Block
และเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกับเหตุการณ์ที่สูงสุดในรอบหกเดือนของขนาดรวมธุรกรรมที่ไม่ได้รับการยืนยันใน mempool ของ bitcoin
แล้วธุรกรรม Bitcoin จะถูกส่งไปยัง mempool ซึ่งทำหน้าที่เป็นคลังเก็บหลังจากที่พวกเขาได้รับการตรวจสอบโดยโหนดที่ไม่ใช่การทำเหมืองอื่น ๆ ในเครือข่าย จากนั้นคนงานจะทำธุรกรรมจาก mempool และลงใน Block ใหม่ซึ่งจะถูกเพิ่มใน Bitcoin blockchain ต่อไปในอนาคต
 Blockchain.com นั้น Blockpool ของ Bitcoin เพิ่มขึ้นมหาศาลเป็น 77.58 ล้านไบต์จากมูลค่าการทำธุรกรรมที่ยังไม่ได้รับการยืนยันในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
ธุรกรรมที่ไม่ได้รับการยืนยันจำนวนมากเกิดขึ้นพร้อมกันกับการผลิตบล็อกอย่างรวดเร็วนั้นเป็นสิ่งที่น่าแปลกใจเนื่องจากงานของนักขุด bitcoin คือการตรวจสอบธุรกรรมใหม่ ๆ และใส่มันลงไปใน Block ของ Bitcoin นั้นเอง
ด้วยการ Halving ครั้งที่ 3 ของ bitcoin เหลืออีกไม่ถึง 2 สัปดาห์นี้อาจเป็นการส่งสัญญาณถึงการปรับตัวที่ยากขึ้นต่อไปในอนาคตก็ได้
แต่เวลาที่แน่นอนจะแตกต่างกันออกไป
การถือเหรียญเพิ่มขึ้น

เหรียญ ETH เกือบ 77% ไม่ได้ถูกล็อคใน Smart contact ไม่ได้เคลื่อนไหวนานกว่า 6 เดือน

ซึ่งนักลงทุน Ethereum ในตอนนี้ดูเหมือนจะทำ การถือเหรียญเพิ่มขึ้น โดยมีซัพพลายมากกว่าสามในสี่ของ ETH ที่เจ้าของไม่ได้ทำการเคลื่อนย้ายเหรียญไปที่ใดเลยตลอดหกเดือนที่ผ่านมาแม้ว่าราคามันค่อนข้างจะผันผวนในช่วงเวลานั้นก็ตาม อ้างอิงจากบริษัท On-chain

จากข้อมูล Glassnode แสดงให้เห็นว่านักลงทุนใน ETH กำลังทำการ“ HODL” เหรียญของตนเองอยู่ และในขณะที่ 77.7% ของอุปทานที่ไม่ได้มีการเคลื่อนย้ายในครึ่งปี ส่วนอีก 57.6% ไม่ได้มีการเปลี่ยนมือในหนึ่งปีและ 31.6% ยังคงไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เป็นเวลาสองปีเต็ม

ในส่วนผู้ถือ Bitcoin ก็คล้ายๆ กัน ปัจจุบันอุปทานของ Bitcoin กว่า 42.8% ไม่ได้ถูกเคลื่อนย้ายไปไหนซึ่งเพิ่มขึ้นมาจากปีที่แล้ว 10.4%

การถือเหรียญเพิ่มขึ้น

ราคาของเหรียญคริปโตอันดับหนึ่งของโลก

ราคา Bitcoin พุ่งทะลุไป 9,000 ดอลลาร์อีกครั้ง คาดไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

โดย ราคาของเหรียญคริปโตอันดับหนึ่งของโลก อย่าง Bitcoin นั้นได้มีราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงมากในช่วงไม่กี่สิบวันก่อนการ halving โดยล่าสุดนี้ดูเหมือนว่าราคานั้นได้พุ่งทะลุระดับแนวต้านจิตวิทยาสำคัญที่ 9,000 ดอลลาร์

 ราคาของเหรียญคริปโตอันดับหนึ่งของโลก

อ้างอิงจากกราฟบน TradingView บนเว็บ Bitstamp นั้นจะเห็นได้ว่าราคาได้พุ่งไปอยู่ที่ 9,006 ดอลลาร์เมื่อช่วงไม่กี่นาทีที่ผ่านมา หลังจากที่เป็นพุ่งขึ้นมาอยู่เหรือระดับราคา 8,000 ดอลลาร์

เมื่อช่วงเช้านี้แล้วว่าทางนิตยสารการเงินระดับโลกอย่าง Forbes นั้นเผยว่าราคาของ BTC กำลังอยู่ในช่วงจุดที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่จะทำให้มันไปถึงระดับราคาที่ 10,000 ดอลลาร์ได้ในอีกไม่กี่วันที่จะถึง แต่ดูเหมือนว่าเรากำลังจะไปถึงจุดนั้นเร็วด้วยอัตราที่ค่อนข้างเร็ว

ขณะเดียวกันราคาบนกระดานซื้อขาย Bitcoin ในไทยอย่าง Bitkub นั้นก็ได้มีอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาที่รุนแรงด้วยเช่นกัน ทว่ายังน้อยกว่าของตลาดโลกเล็กน้อย โดยในขณะที่กำลังรายงานข่าวอยู่นี้ ราคาบนเว็บ Bitkub นั้นอยู่ที่ 291,000 บาท หรือประมาณ 8,986 ดอลลาร์

บนเว็บเทรด Satang Pro นั้นก็มีการปรับตัวขึ้นมาด้วยเช่นกัน โดยอยู่ที่ 292,440 ดอลลาร์

จะเห็นได้ว่าเมื่อการ halving กำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ ราคา Bitcoin นั้นก็มีการตอบโต้เป็นอย่างดี ซึ่งหลาย ๆ คนนั้นต่างก็หวังว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหมือนกับตอนช่วงปี 2012 และ 2016 ที่ผ่านมา ทว่าในครั้งนี้อาจส่งผลทำให้ราคานั้นสูงกว่าเดิมมาก หากอ้างอิงจากนักวิเคราะห์ในตลาด ซึ่งอาจสูงถึง 280,000 ดอลลาร์ต่อ BTC เลยทีเดียว…