บ.บิทคอยน์

บ.บิทคอยน์ ตร. เรียกถกกลุ่ม เป็นช่องทางฟอกเงินมิจฉาชีพ

บ.บิทคอยน์ ตร. เรียกถกกลุ่ม เป็นช่องทางฟอกเงินมิจฉาชีพ

ตร. เรียกประชุมกลุ่มบริษัทบิทคอยน์ วางมาตรการป้องกันถูกใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พบร้อยละ 90 ทำธุรกรรมผ่านบิทคอยน์ เหตุ ปปง. อายัดบัญชีไม่ได้เมื่อ

วันที่ 29 มกราคม 2561 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เวลา 12.00 น. พล.ต.อ. ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่าน

ระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศป.ฉปทน. พร้อมด้วย พล.ต.ต. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว รอง ผบช.ทท.นายพีระพัฒน์ อิงษ์พงษ์

พันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 บาคาร่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.), นายธานี โอฬารรัตน์มณี ผู้อำนวยการกองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมธุรกิจการค้า,

นายเดวิด บาร์น กรรมการผู้จัดการ บริษัทบิทคอยน์ จำกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมประชุมหารือหามาตรการป้องกัน ระงับยับยั้งการทำธุรกรรมของกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่กำลังสร้าง

ความเดือดร้อนให้กับประชาชนในขณะนี้ตร. เรียกถกกลุ่ม บ.บิทคอยน์ หลังพบเป็นช่องทางฟอกเงินมิจฉาชีพพล.ต.อ. ธนิตศักดิ์ กล่าวก่อนการประชุมว่า วันนี้มีวาระการประชุม 4-5 เรื่อง เกี่ยวกับ

มาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นการเร่งด่วนไม่ให้ส่งผลกระทบลุกลามบานปลาย เนื่องจากตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในปัจจุบันพบว่ามีการเปลี่ยน

พฤติกรรมการหลอกลวงผู้เสียหายและนำเงินไหลเข้าสู่กลุ่มบิทคอยน์มากขึ้นโดยไม่ทราบว่าเงินดังกล่าวมีปลายทางที่ประเทศใด สร้างความเสียหายกับประเทศจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องหารือ

บ.บิทคอยน์ ตร. เรียกถกกลุ่ม เป็นช่องทางฟอกเงินมิจฉาชีพ

กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงเพื่อให้ทราบขั้นตอนต่าง ๆ และวางมาตรการป้องกันตลอดจนช่วยเหลือประชาชนผู้เสียหายตร. เรียกถกกลุ่ม บ.บิทคอยน์ หลังพบเป็นช่องทางฟอกเงินมิจฉาชีพ

ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. กล่าวอีกว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประสานขอข้อมูล บัญชีบิทคอยน์ จากกลุ่มบริษัทที่ทำธุรกรรมเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล หรือบิทคอยน์ เพื่อใช้ในการสืบสวน หลัง

พบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์กว่าร้อยละ 90 มีการนำเงินของผู้เสียหายเข้าสู่ระบบบิทคอยน์มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบเส้นทางการเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั้งหมดแล้ว

ยืนยันว่าตำรวจติดตามและรู้ทันเทคโนโลยีของกลุ่มคนร้าย แม้ว่าการทำธุรกรรมผ่านระบบบิทคอยน์จะไม่สามารถเอาผิดตามกฎหมาย ปปง. ได้ เนื่องจากบิทคอยน์ยังไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับ

ดูแลของ ปปง. ต้องรอให้เกิดการฟอกเงินเกิดขึ้นจึงจะสามารถเอาผิดได้โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างกฎหมาย เพื่อให้บิทคอยน์เข้าสู่ระบบเหมือนสถาบันการเงินเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจ

สอบได้สำหรับบริษัทที่เชิญมาร่วมประชุมทั้งหมดในวันนี้ 4-5 แห่ง กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบแล้วว่ามีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย โดยแต่ละบริษัทก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้า

ที่เป็นอย่างดี

ขอบคุณแหล่งที่มา https://money.kapook.com

ใส่ความเห็น

ชื่อ *
อีเมล์ *
เว็บไซท์