สกุลเงินดิจิทัลไม่ถูกต้อง

สกุลเงินดิจิทัลไม่ถูกต้อง ตามกฎหมายไทย ปรับสูงสุด 1 ล้านบาท ติดตะราง 10 ปี

สกุลเงินดิจิทัลไม่ถูกต้อง ตามกฎหมายไทย ปรับสูงสุด 1 ล้านบาท ติดตะราง 10 ปี

สกุลเงินดิจิทัล หรือที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยชินหูในอีกชื่อเป็น คริปโต เคอเร็นซี่ Crypto Currency จะต้องบอกก่อนเลยตอนก่อนหน้านี้คริปโต เคอเร็นซี่ พบทั้งยังเรื่องที่ดีแล้วก็ร้ายในช่วงเวลาใกล้เคียงกันอย่างยิ่ง

เรื่องที่ดีก็คือ สกุลเงินดิจิทัลอย่าง Bitcoin มีมูลค่าพุ่งมากถึง 15,000 ดอลล่า ถูกวาดวิมานในอากาศว่าจะแปลงเป็นสกุลเงินมาแรงในอนาคต ที่ใช้สำหรับเพื่อการซื้อขายในโลกดิจิทัลส่วนข่าวไม่ดีก็คือ รัฐบาลทั่วทั้งโลก

ต่างเพ่งเล็งเจ้าสกุลเงินดิจิทัลเป็นพิเศษ เพราะสกุลดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นอยู่เหนือการควบคุมของภาครัฐฯ และก็มีข่าวสารเว็บไซต์เทรดบิตรอน์ Youbit ถูกขโมยแฮกข้อมูลเสียบิตรอน์ไปปริมาณมากมายก่ายกอง ดังนี้

ยังส่อแววเป็นหนทางสำหรับในการฟอกเงิน นำมาซึ่งการทำให้จีนแบน Bitcoin เป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนทางประเทศเกาหลีใต้อยู่ระหว่างร่างกฎหมายจัดระบบสกุลเงินดิจิทัลดังกล่าวข้างต้นสำหรับเมืองไทยเอง

กระทรวงการคลัง โดยสศค.(สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง) ได้ออกมาแจกแจง โดยอ้างจากพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินฯ พุทธศักราช2527 สรุปเป็นสาะสำคัญดังต่อไปนี้  บาคาร่า

สกุลเงินดิจิทัลไม่ถูกต้อง ตามกฎหมายไทย ปรับสูงสุด 1 ล้านบาท ติดตะราง 10 ปี

1.ไม่สามารถที่จะเอามาใช้หนี้ใช้สินได้

สกุลเงินดิจิทัลต่างๆไม่สามารถที่จะเอามาจ่ายและชำระหนี้ได้ เนื่องมาจากเป็นหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และไม่อยู่ในกฎเกณฑ์ของประกาศธนาคารชาติ(ธนาคารแห่งประเทศไทย) เกี่ยวกับการจ่ายหนี้

2.ข้อบังคับไม่รองรับการผลิตรายได้ของคริปโต เคอเร็นซี่

ค่าของสกุลเงินดิจิทัลมีมูลค่าแตกต่างกัน และก็ค่าจะมากขึ้นหรือต่ำลงขึ้นกับอุปสงค์รวมทั้งอุปทานของตัวมันเองล้วนๆทั้ง ข้อบังคับยังไม่รองรับการผลิตรายได้ของคริปโต เคอเร็นซี่ เพื่อนำมาจ่ายสำเร็จทดแทนแก่ภาครัฐฯ หรือเรียกกล้วยๆว่าภาษีนั่นเอง

3.ไม่ถูกต้องตามกฎหมายตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินฯ พุทธศักราช2527

คริปโต เคอเร็นซี่ เข้าเกณฑ์ไม่ถูกกฎหมาย เนื่องมาจากข้อกำหนดกฎหมายระบุว่า ถ้าคนใดกันประชาสัมพันธ์ชักชวนให้ลงทุน ในเชิงจ่ายผลตอบแทน หรือเห็นผลทดแทนที่สูง แต่ว่าธุรกิจการค้ามิได้สมัครสมาชิกตามข้อกำหนดของข้อบังคับ จะมีโทษติดตะรางตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปีและก็ปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท หากยังฝืนอยู่จะปรับเพิ่มเติมอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาท

อย่างไรก็ดี ถ้ามองที่ตัวบทกฎหมายตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินฯ จัดว่าเก่าพอควรเมื่อเทียบกับการเข้ามารวมทั้งเพิ่มเติมโตอย่างก้าวกระโจนของคริปโต เคอเร็นซี่ ในโลกดิจิทัล คงจะต้องตามกันอีกยาวๆเกี่ยวกับการร่างข้อกำหนดกฎหมายเรื่องสกุลเงินดิจิทัล ถึงแนวทางว่าจะมีความคล้ายคลึงหรือไม่เหมือนกัน ซึ่งบางทีอาจนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการกลับแวดวงคริปโต เคอเร็นซี่ เลยก็ว่าได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.marketingoops.com

ใส่ความเห็น

ชื่อ *
อีเมล์ *
เว็บไซท์