ซานโช ไม่ได้มีไว้ขาย บอร์ดเสือเหลือง ยันเอง

ซานโช ไม่ได้มีไว้ขาย บอร์ดเสือเหลือง ยันเอง

ฮานซ์-โยอาคิม วัทซ์เก บอร์ดบริหารคนดังของ ​โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ออกมายืนยันเองแล้วว่า จาดอน ซานโช จะอยู่ค้าแข้งในถิ่นเสือเหลืองต่อไปในฤดูกาลหน้า แม้จะมีข่าวลือใน ​ตลาดซื้อขายนักเตะ ร่วมกับทีมใหญ่มากมาย ณ เวลานี้

เอาจริง ๆ มันก็มีความเป็นไปได้สูงที่ จาดอน ซานโช อาจไม่ได้เล่นอยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ นานเป็น 10 กว่าปีอย่างที่ผมตั้งความหวังไว้” วัทซ์เก กล่าว

แต่ถึงกระนั้น ผมก็ขอยืนยันให้ชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า เด็กคนนี้จะอยู่กับเราต่อไปในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน ไม่มีวันถูกปล่อยขายให้ใครตามข่าวลือทั้งนั้น

ถึงแม้เราจะไม่ได้ร่ำรวยหรือประสบความสำเร็จเป็นแชมป์ยิ่งใหญ่ทุกปี แต่ จาดอน ซานโช ก็ไม่ได้มีไว้เพื่อขายทำเงินแน่นอน ย้ำอีกครั้งหนึ่ง เขาจะยังคงเป็นผู้เล่นดอร์ทมุนด์ต่อไปในฤดูกาลหน้าชัวร์

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

นักลงทุนจากSilicon Valley ทำนายราคา Bitcoin ว่าจะตกลงมาถึง 500 ดอลลาร์

นักลงทุนจากSilicon Valley ทำนายราคา Bitcoin ว่าจะตกลงมาถึง 500 ดอลลาร์

นักลงทุนจากSilicon

นาย Jason Calacanis นักลงทุน ที่มีชื่อเสียงของ Silicon Valley อยู่เบื้องหลัง บริษัท ต่าง ๆ เช่น Uber และ Robinhood

ได้คาดการณ์ราคา Bitcoin บน Twitter ของเขา

นักลงทุนจากSilicon Valley ทำนายราคา Bitcoin ว่าจะตกลงมาถึง 500 ดอลลาร์

คาดการณ์ราคา Bitcoin
เขากล่าวว่า Bitcoin มันคลล้าย MySpace, Yahoo, Palm ซึ่งดูไม่น่าว่ามันถึงจุด Peak ของเขาแล้ว และเขากล่าวต่อว่า

ราคาBitcoin อาจไปถึง 100,000 ดอลลาร์ แต่ก็อาจตกลงมาถึง 0 ก็เป็นได้

ขอบคุณแหล่งที่มา siamblockchain.com

กระเป๋าBitcoinปลอม

กระเป๋าBitcoinปลอม หวังหลอกเอาข้อมูลส่วนตัวเหยื่อ

กระเป๋าBitcoinปลอม หวังหลอกเอาข้อมูลส่วนตัวเหยื่อ

พฤษภาคมปี 2019 เราได้เห็นการเติบโตของราคา Bitcoin ที่สูงขึนเรื่อย ๆ จึงไม่แปลกใจที่เราจะเห็นว่าแฮ็กเกอร์ก็ทำงานหนักไม่แพ้ราคา Bitcoin เช่นกัน โดยการปล่อยแอปฯ หลอกลวง ล้วงข้อมูลของนักลงทุน

มีรายงานว่ามีผู้ใช้งานบนเว็บ Reddit รายหนึ่งว่าเจอแอปฯ Trezor ปลอมบน Play Store โดย Trezor คือ Hardware Wallet ในการเก็บคริปโตของผู้ใช้งานนั่นเอง โดยมันใช้ชื่อว่า “Trezor Mobile Wallet”

Trezor ต้องใช้ PIN ในการเข้าถึง หรือ Recovery Seed และมีแอปฯ ที่ชื่อ “TREZOR Manager” ซึ่งชื่อมันคล้ายกันมากนั่นเอง

และเมื่อทำการวิเคราะห์แล้วนั้นะพบว่ามันยังสามารถเชื่อมต่อไปยังแอปฯ ปลอมอีกต่าง ๆ เช่น Coin Wallet – Bitcoin, Ripple, Ethereum, Tether” ซึ่งเป็นแอปฯ หลอกลวงเช่นกัน

ทางรายงานระบุว่าทีมวิเคราะห์ของทาง ESET หรือบริษัทด้านความปลอดภัยด้านไซเบอร์ได้รายงานไปยัง Trezor และ Google Team เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และทาง Trezor กล่าวว่ามันไม่ได้เป็นอันตรายนอกจากทางแฮ็กเกอร์สามารถเก็บอีเมละพวกนี้และไปทำ phishing หลอกลวงเอาข้อมูลในภายหลังนั่นเอง

แอปฯ ปลอมนี้ถูกอัปโหลดไปยัง Google Play เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2029 ภายใต้ชื่อนักพัฒนา “Trezor Inc.” โดยรวมแล้วหน้าของแอปใน Google Play นั้นน่าเชื่อถือ ชื่อแอพ ชื่อผู้พัฒนาหมวดหมู่แอปรายละเอียดแอปและรูปภาพทั้งหมดดูเหมือนถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่แรกเห็น

เมื่อช่วงกลางปีที่แล้วนั้นก็มีรายงานว่ามีแอปฯ Wallet ที่หลอกเอาเงินและข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้กว่า 4 แอปฯ ใน Google Play Store

แอปฯ ดังกล่าวเป็น Wallet สำหรับ NEO, Tether และ MetaMask ซึ่งจริง ๆ แล้วถูกออกแบบมาเพื่อขโมยข้อมูลที่สามารถเข้าถึงบัตรเครดิตและธนาคารได้

ในช่วงที่ราคา Bitcoin ขึ้นแฮ็กเกอร์มักออกมาเคลื่อนไหวเพราะว่าจะมีนักลงทุนหน้าใหม่กระโจนเข้ามาในอุตสาหกรรมนี้มากขึ้นอยู่เสมอ และสามารถหลอกเอสข้อมูลและเงินคริปโตของเหยื่อได้เสมอนั่นเอง

ขอบคุณแหล่งที่มา siamblockchain.com

นักวิเคราะห์

นักวิเคราะห์ คาดราคา XRP จะพุ่งทะลุ 0.50 ดอลลาร์ในไม่ช้า

นักวิเคราะห์ คาดราคา XRP จะพุ่งทะลุ 0.50 ดอลลาร์ในไม่ช้า

นักลงทุนใน XRP อย่าเพิ่งท้อเพราะตอนนี้ราคาเหรียญกำลังจะพุ่งสูงขึ้นแล้วเป้าหมายคือที่ระดับราคา 0.58 ดอลลาร์และจะเป็นไปได้หรือไม่นั้นก็ได้มีนักวิเคราะห์ออกมาให้ความเห็นด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ตลาดคริปโตได้หยุดชะงักเล็กน้อยก่อนหน้านี้ทำให้ชุมชนคริปโตต่างก็ตั้งคำถามว่าราคามันจะพุ่งขึ้นหรือจะลดลงอีก โดยเฉพาะเหรียญ Altcoins ที่มีการขึ้นลงตามเหรียญ Bitcoin และ XRP ที่คาดเดาการเคลื่อนที่ของราคาได้ยากมาก

วิเคราะห์ราคาจากกราฟ

นักวิเคราะห์

เครื่องมือทางเทคนิคนำมาวิเคราะห์ราคา XRP จะเห็นว่ามันดีดตัวเล็กน้อยจากแนวรับซึ่งเราอาจเห็นราคามันสูงขึ้นไปอีกไปสู่แนวต้านที่ 0.46770 และถ้าหากว่ามันไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงราคา XRP อาจจะพุ่งขึ้นสู่ 0.46 ดอลลาร์และวิ่งผ่านแนวรับเหนือราคา 0.50 ดอลลาร์

เป้าหมายคือ 0.58 ดอลลาร์ภายใน 1 สัปดาห์

นักวิเคราะห์

หากดูจากกราฟข้างต้นจะเห็นว่าราคาของ XRP กำลังเกิดการ Golden Cross ซึ่งหมายความว่าราคา XRP จะพุ่งทะลุแนวต้านและไปแตะที่ราคา 0.58 – 0.60 ดอลลาร์ภายในหนึ่งสัปดาห์

ราคาวิ่งไปสู่ปลายยอดรูปสามเหลี่ยม

นักวิเคราะห์

ราคา XRP จากกราฟนี้ก็แสดงให้เห็นว่าราคามันกำลังพุ่งขึ้น เมื่อราคา XRP พุ่งแตะจุดสูงสุดในวันที่ 16 และต่อมาราคาก็วิ่งสร้างตัวเป็นรูปสามเหลี่ยมซึ่งจะเกิดการ breakout เร็ว ๆ นี้

ราคาสร้างรูป ABCD

นักวิเคราะห์

นอกจากวิธีวิเคราะห์ราคา XRP ตามที่กล่าวไปข้างต้นแล้วยังมีนักวิเคราะห์อีกรายทำการวิเคราะห์ราคาจากรูป ABCD หาโอกาสที่เป็นไปได้ที่จะทำการขาย short ซึ่งราคาจะต้องสร้างรูปตัว D สมบูรณ์ก่อนถึงจะสร้างคำสั่งขายได้ เช่น ที่จุด -0.27 ฟีโบนัคชี ถ้าหากมันสร้างรูป ABCD สำเร็จ ราคา XRP จะพุ่งทะลุ 0.58 ดอลลาร์แน่นอน

บทสรุป
ไม่ว่าราคา XRP จะตกลงแค่ไหนแต่มันก็ดูเหมือนว่า XRP กำลังจะสร้างจุดสูงสุดใหม่เร็ว ๆ นี้ ซึ่งมันอาจจะทำให้ XRP พุ่งทะลุ 0.50 ดอลลาร์ได้

ขอบคุณแหล่งที่มา siamblockchain.com

สตุ๊ตการ์ต

สตุ๊ตการ์ต เจ๊า ยูเนียน 2-2 เพลย์ออฟหนีตกชั้นนัดแรก

สตุ๊ตการ์ต เจ๊า ยูเนียน 2-2 เพลย์ออฟหนีตกชั้นนัดแรก

การแข่งขันฟุตบอลเพลย์ออฟเลื่อนชั้น-ตกชั้นบุนเดสลีกา ระหว่าง ม้าขาว สตุ๊ดการ์ท ทีมอันดับ 16 ของบุนเดสลีกา พบกับ ยูเนียน เบอร์ลิน ทีมอันดับที่ 3 ของลีกา 2

สตุ๊ดการ์ทได้ คาบัค กลับมาเป็นตัวจริงในเกมนี้หลังหายไปจากนัดปิดซีซั่น ส่วนแดนกลางกลับมาใช้ คาสโตร คู่ เกนท์เนอร์ และแนวรุก ดิดาวี่ ลงก่อน เอสไวน์

ฝั่ง ยูเนียน เบอร์ลิน ปรับแนวรับส่งปาเรนเซ่นคู่ ฟรีดริช แดนกลาง ฮาร์เติล ได้ลงในเกมนี้ส่วนคู่กองหน้าเลือก อับดุลลาอี แทนที่ โพลเตอร์

ผลปรากฎว่า สตุ๊ดการ์ท ได้ประตูออกนำไปก่อน 1-0 นาทีที่ 42 จาก คริสเตียน เกนท์เนอร์

จากนั้น ยูเนียน เบอร์ลิน ตามตีเสมอ 1-1 นาทีที่ 43 จาก ซุลไลมาน อับดุลลาฮี และครึ่งแรกก็จบลงที่สกอร์นี้

ครึ่งหลัง สตุ๊ดการ์ท นำอีกครั้ง 2-1 นาทีที่ 51 จาก มาริโอ โกเมซ

ต่อมา ยูเนียน เบอร์ลิน ตามตีเสมอ 2-2 นาทีที่ 68 จาก มาร์วิน ฟรีดิช

จบเกมการแข่งขัน สตุ๊ดการ์ท เสมอ ยูเนียน เบอร์ลิน 2-2 ต้องไปลุ้นต่อนัดที่ 2

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

Bitcoinไตรมาส

Bitcoinไตรมาส ที่สองของปี 2019 ได้หรือไม่

Bitcoinไตรมาส ที่สองของปี 2019 ได้หรือไม่

ราคาของ Bitcoin ได้พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในช่วง 30 วันที่ผ่านมา โดยได้เพิ่มขึ้นถึง 46% ซึ่งส่งผลทำให้ราคานั้นวิ่งแตะระดับ 7,804 ดอลลาร์เลยทีเดียว นอกจากนี้ BTC ยังสามารถพุ่งไปถึง 8,265 ดอลลาร์ได้ ก่อนที่จะชนกับเส้นแนวต้าน และก็ร่วงลงมาในภายหลัง

นอกจากนี้ Bitcoin ยังมีมูลค่าตลาดที่อยู่เหนือระดับ 1.38 แสนล้านดอลลาร์ไว้ได้ และยังมีการเพิ่มขึ้นของราคาที่สูง 112% หากนับจากในช่วงเวลา 90 วันที่ผ่านมา

ในครั้งนี้เราจะมาวิเคราะห์กันถึงโอกาสที่ราคาของ Bitcoin จะสามารถพุ่งไปถึงระดับ 10,000 ดอลลาร์ได้ ก่อนที่จะจบไตรมาสที่สองของปี 2019 ซึ่งตอนนี้เรามีเพียงแค่ 1 เดือนที่หลงเหลืออยู่ นั่นก็คือเดือนมิถุนายน และหากราคาของ BTC จะไปถึงจุดนั้นได้ มันจะต้องเพิ่มขึ้นให้ได้ถึง 27% จากระดับราคาในปัจจุบัน

หากพิจารณาดูแล้วจะพบว่าราคาของ Bitcoin นั้นได้เพิ่มขึ้นประมาณ 46% จากในช่วง 30 วันที่ผ่านมา และมันค่อนข้างที่จะมีแนวโน้มว่าราคาเหรียญดังกล่าวอาจเพิ่มไปแตะ 27% ในช่วงเวลาที่เหลือของไตรมาสที่สองนี้ แต่การที่มันจะเกิดขึ้นได้นั้น ราคาของ BTC จะต้องพุ่งขึ้นทะลุระดับแนวต้านสำคัญที่ 8,265 ดอลลาร์ และ 9,000 ดอลลาร์เสียก่อน

ลองดูกราฟ BTC/USD ด้านล่างจาก TradingView จะเห็นได้ว่ามีเส้นแนวต้านเป็นจำนวนมากที่ขวางราคาในการที่จะไปถึงระดับ 10,000 ดอลลาร์

ระยะกลาง กราฟรายวัน

เกิดอะไรขึ้น?
หากดูที่กราฟ BTC/USD ด้านบนนั้นเราจะได้เห็นว่าราคา Bitcoin ได้เพิ่มขึ้นมาอย่างมาก ตั้งแต่ตอนที่มันทะลุเส้น EMA 100 วันขึ้นมาในช่วงต้นเดือนเมษายน 2019 โดยภายหลังจากนั้นในช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2019 ราคาของ Bitcoin ก็เริ่มพุ่งถึง 56% แตะแนวต้านที่จุดสูงสุดในรอบเดือนที่ 8,265 ดอลลาร์ ซึ่งอยู่ ณ จุด 1.618 Fibonacci Extension (เส้นสีม่วง) พอดี

ทว่าภายหลังจากที่ขึ้นมาถึงแนวต้านแล้ว กราฟ BTC/USD ก็ร่วงลงมาแตะแนวรับที่ระดับ 7,300 ดอลลาร์ และก็เด้งขึ้นไปใหม่ ทว่าอย่างไรก็ตามกราฟ BTC/USD นั้นก็ยังไม่สามารถทำจุดสูงสุดทะลุแนวต้านที่ 8,265 ดอลลาร์ได้

เทรนด์ในตอนนี้เป็นอย่างไร
เทรนด์ในระยะกลางยังคงดูเป็นขาขึ้นอยู่ หลังจากที่ราคานั้นได้เพิ่มขึ้นมาถึง 112% จากในช่วง 90 วันที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม เราจะต้องรอดูจนกว่าราคาของ BTC สามารถพุ่งทะลุระดับ 8,265 ดอลลาร์ได้ หากยังไม่ได้ เทรนด์ระยะสั้นก็ยังคงดูไม่หวือหวาอะไรมากนัก

มีแนวต้านที่ใดบ้าง
หากตลาดขาขึ้นสามารถผลักให้ราคาทำจุดสูงสุดกว่าของครั้งก่อนได้อีกครั้ง เราก็จะได้เห็นแนวต้านที่ระดับ 8,000 ดอลลาร์ และ 8,265 ดอลลาร์ โดยหากมันสามารถผลักให้ราคาพุ่งทะลุระดับแนวต้านนี้ได้ เราก็จะได้เห็นแนวต้านใหม่ที่ 8,490 และ 8,600 ดอลลาร์

หากว่ามีผู้ซื้อผลักให้ราคาพุ่งทะลุ 8,600 ดอลลาร์ได้อีก เราก็จะได้เห็นแนวต้านใหม่ที่ 8,888 และ 9,000 ดอลลาร์ และหากไปสูงกว่านั้น เราก็จะได้เห็นแนวต้านที่แข็งแกร่งที่จุด fibonacci ที่ 1.272 และ 1.414 (เส้นน้ำเงิน) ซึ่งอยู่ที่ระดับราคา 9,326 และ 9,810 ดอลลาร์

และหาก BTC สามารถทะลวงแนวต้านสุดท้ายที่ระดับราคา 9,810 ดอลลาร์ได้ เท่านี้เราก็จะได้เห็นระดับราคาที่ 10,000 ดอลลาร์แล้ว ซึ่งถือเป็นจุดตัวเลข 5 หลักที่หลาย ๆ คนรอคอยมานานนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2018 โดยหากสูงขึ้นไปกว่านั้นก็จะเป็นระดับ 10,505 ดอลลาร์ของเส้น 1.618 Fibonacci Extension (สีน้ำเงิน)

ถ้าหากว่ามีแรงขายมากกว่าล่ะ
ในมุมมองกลับกัน ถ้าหากว่ามีกลุ่มนักลงทุนสายหมี ที่รวมตัวกันเทขายเพื่อผลักดันให้ราคาร่วงต่ำลงไปอีกครั้ง เราจะได้เห็นแนวรับที่ระดับราคา 7,600, 7,383, และ 7,000 ดอลลาร์ และหลังจากระดับนี้ ก็ยังมีแนวรับที่ระดับ 6,790, 6,515, 6,290, และ 6,000 ดอลลาร์

ตัว Indicator ส่งสัญญาณอะไรบ้าง
เครื่องมือ Relative Strength Index (RSI) เผยให้เห็นว่าเส้นนั้นกำลังร่วงไปที่ระดับ 50 ซึ่งเผยให้เห็นว่าแรงซื้อของที่ผ่านมานั้นเริ่มจะหายไปแล้ว อย่างไรก็ตาม หากเส้น RSI ยังคงอยู่ที่ระดับ 50 ได้ ก็ถือเป็นการเผยให้เห็นว่าตลาดขาขึ้นยังคงแข็งแรงอยู่

นอกจากนี้ เส้น Stochastic RSI ยังได้ขึ้นไปอยู่ในโซน overbought หรือถูกซื้อมากจนเกินไปแล้ว ซึ่งคาดว่าราคาอาจมีการถูกผลักให้เพิ่มขึ้นอีกในเร็ว ๆ นี้

สรุป
ราคาของ Bitcoin อาจจะพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 10,000 ดอลลาร์ได้อย่างง่ายดายในช่วงปลายไตรมาสที่สองของปี 2019 นี้ แต่ก็จะต้องทะลุจุดแนวต้านที่สำคัญตรงระดับ 8,265 ให้ได้ก่อน โดยเครื่องมือ indicator เริ่มที่จะเผยแล้วว่าผู้ซื้อนั้นอาจจะพยายามผลักดันให้ราคาในตลาดสูงขึ้นไปอีก และอาจส่งผลทำให้มันขึ้นไปอยู่เหนือระดับ 8,265 ดอลลาร์ เพื่อไปต่อที่ 10,000 ดอลลาร์ได้

ขอบคุณแหล่งที่มา siamblockchain.com

Bitfinexเปิดขาย

Bitfinexเปิดขาย ให้เทรดเหรียญประจำเว็บ LEO ในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้

Bitfinexเปิดขาย ให้เทรดเหรียญประจำเว็บ LEO ในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้

เว็บกระดานซื้อขายเหรียญ cryptocurrency ที่เก่าแก่ที่สุด Bitfinex ออกมาประกาศว่าพวกเขาจะทำการลิสต์เหรียญโทเค็น LEO ในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ อ้างอิงจากบล็อกของพวกเขา โดยก่อนหน้านี้ทาง Bitfinex ได้เข้าไปพัวพันกับคดีอื้อฉาวที่ถูกขุดขึ้นมาโดยอัยการสูงสุดของสหรัฐฯ แต่ก็ยังสามารถขายเหรียญของตัวเองผ่านรอบ private sale ได้สำเร็จ

เม็ดเงินถึง 1 พันล้านดอลลาร์
นักลงทุนของ Bitfinex สามารถที่จะเทรดเหรียญ LEO ต่อสกุลเหรียญ Bitcoin, Ethereum, EOS, USDT และเงินดอลลาร์ นอกจากนี้รายงานยังเผยว่า

Bitfinexเปิดขาย ให้เทรดเหรียญประจำเว็บ LEO ในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้

“เรายังคงรู้สึกดีกับการสนับสนุนของผู้ใช้งาน, บุคลากรและผู้รับผลประโยชน์ของเราและยินดีต้อนรับทุกคนสู่ยุคของ UNUS SED LEO”

ก่อนหน้านี้ทาง Bitfinex ได้รับเงินลงทุนถึง 1 พันล้านดอลลาร์ผ่านการขายเหรียญ USDT ผ่านรอบ private sale ของเหรียญโทเค็นของพวกเขา และพวกเขาก็ไม่ได้เปิดเผยว่าใครเป็นนักลงทุนที่เข้ามาซื้อเหรียญในรอบการลงทุนของพวกเขาบ้าง

ถูกอัยการสูงสุดกล่าวหา
ที่น่าสนใจคือทาง Bitfinex นั้นได้ออกมาประกาศขายเหรียญ LEO ผ่านการระดมทุนแบบ IEO ทันทีหลังจากที่พวกเขาถูกทางอัยการสูงสุดของสหรัฐฯค้นพบว่าทางบริษัทสูญเงินไปกว่า 850 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่จะนำเอาเหรียญ​ Tether หรือ USDT ที่เสกขึ้นมา โปะมันในภายหลัง

ชึ่งเป้าหมายหลักของการออกเหรียญ LEO ออกมานั้นก็เพื่อลบล้างความผิดพลาดของพวกเขาที่ทำเงินจำนวนดังกล่าวสูญหายไป และก็ต้องดูกันต่อไปว่าเหรียญดังกล่าวนั้นจะถูกนำไปใช้คืนทุนให้กับนักลงทุนที่เข้ามาลงได้ไหม และพวกเขาจะจบคดีนี้ลงอย่างสวยงามกับทางสำนักงานอัยการสูงสุดของนิวยอร์คได้หรือไม่

ขอบคุณแหล่งที่มา siamblockchain.com

แอพเทรดBitcoin

แอพเทรดBitcoin ชื่อดัง Coinbase ขึ้นแท่นยอดนิยมบน iOS หลังจากราคาคริปโตพุ่งขึ้น

แอพเทรดBitcoin ชื่อดัง Coinbase ขึ้นแท่นยอดนิยมบน iOS หลังจากราคาคริปโตพุ่งขึ้น

ในช่วงนี้ดูเหมือนว่า Bitcoin และเหรียญ Altcoins กำลังขึ้นอย่างมาก จนทำให้แอป ฯ iOS ของ Coinbase ปรากฏอยู่บนลิสต์ที่ได้รับความนิยมมากสุดใน App Store

แอพเทรดBitcoin

เมื่อราคาเหรียญคริปโตพุ่งสูงขึ้นมันจึงไม่แปลกเลยที่นักลงทุนจากทั่วโลกจะจับตามองคริปโตเคอร์เรนซีมากขึ้น ในช่วงปลายปี 2017

ก็มีนักลงทุนหน้าใหม่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น และในปีถัดมา 2018 ที่เป็นช่วงตลาดหมีก็ทำให้หลายกิจการที่ทำเกี่ยวกับคริปโตหรือการขุดต้องปิดตัวลง

ทำให้นาย Erik Voorhees ประธานบริษัทของ ShapeShift ตั้งข้อสังเกตว่า Bitcoin และตลาดคริปโตมีความเคลื่อนไหวเป็นไปตามวงจรของมัน

ตลอดในช่วงนี้ตลาด Bitcoin และ Altcoins พุ่งสูงขึ้นมากเป็นการสร้างจุด High ใหม่ของปี ถึงขนาดที่นาย Tom Lee กล่าวว่าราคาของ Bitcoin

จะพุ่งไปแตะที่ 14,800 ดอลลาร์และได้กล่าวว่าตลาดคริปโตช่วงขาลงนั้นจบลงแล้วเลยทีเดียว

ขอบคุณแหล่งที่มา siamblockchain.com

ปิดการเทรด

ปิดการเทรด และฝากเงิน คาดเสร็จภายใน 6-8 ชั่วโมง ราคา BNB พุ่ง

ปิดการเทรด และฝากเงิน คาดเสร็จภายใน 6-8 ชั่วโมง ราคา BNB พุ่ง

หลังจากที่เว็บกระดานซื้อขายอันดับหนึ่งของโลก Binance ถูกแฮ็ค ขโมย Bitcoin มูลค่ากว่า 1.3 ล้านบาทไป จนเป็นเหตุที่ทำให้พวกเขาต้องประกาศสั่งห้ามไม่ให้นักลงทุนถอนเงินออกจากระบบ โดยอ้างว่าจะทำการตรวจสอบและแก้ไขระบบความปลอดภัย ล่าสุดนั้น พวกเขาได้เริ่มปิดระบบการเทรดและการฝากเงิน เพื่อทำการอัพเกรดระบบแล้ว

โดยอ้างอิงจาก blog ของทาง Binance ที่เผยแพร่ไปเมื่อช่วงเมื่อวานนี้ เผยว่าพวกเขาจะทำการปิดระบบการเทรดและฝากเงินในช่วงวันนี้ เวลา 10 โมงเช้าประเทศไทย โดยในระหว่างนั้นนักลงทุนจะไม่สามารถทำกิจกรรมการเทรดหรือฝากเงินใด ๆ ได้เลย และคาดว่าจะใช้เวลาในการอัพเกรดถึง 6-8 ชั่วโมง

รายงานยังกล่าวต่อว่า

“เมื่อการอัพเกรดนั้นเสร็จสมบูรณ์ ทางเราจะทำการประกาศเพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้งานด้วยหน้าต่างพิเศษ ที่ผู้ใช้งานจะสามารถยกเลิกคำสั่งซื้อขายภายในระยะเวลา 30 นาที ก่อนที่จะเปิดให้เทรดต่อได้ โดยภายหลังจากที่อัพเกรดเสร็ตแล้ว ผู้ใช้งานจะสามารถฝาก, ถอน และใช้งานฟังค์ชันอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้งานได้”

ซึ่งนั่นหมายความว่าเราอาจจะสามารถถอนเหรียญออกมาจาก Binance ได้ในช่วงเวลาประมาณ 4-6 โมงเย็นของวันนี้ และอาจจะได้เห็นจำนวนการทำธุรกรรมอย่างมหาศาลเกิดขึ้นหลังจากที่ Binance เปิดให้ถอนแล้ว จนอาจส่งผลทำให้เครือข่ายของ Bitcoin ติดขัดได้

แต่กระนั้น ทาง Binance ก็กล่าวทิ้งท้ายว่าตัวเลข 6-8 ชั่วโมงนั้นถือเป็นการประเมิณแบบคร่าว ๆ เท่านั้น หมายความว่ามันอาจจะเร็วหรือช้ากว่านี้ก็ได้

ราคา BNB พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทาง Binance เริ่มทำการอัพเกรดระบบนั้น ดูเหมือนว่าราคาของเหรียญ Binance Coin (BNB) หรือเหรียญประจำเว็บเทรดดังกล่าวก็พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงภายในระยะเวลาช่วงเดียวกันกับที่เริ่มปิดระบบอัพเกรด

โดยราคานั้นได้พุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ ที่ 25.70 ดอลลาร์ในวันนี้ตอนเวลา 9:49 นาฬิกา และคงตัวอยู่ที่ 25.26 ดอลลาร์ในขณะนี้

ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าภายหลังจากที่ทาง Binance อัพเกรดระบบแล้วจะเกิดอะไรขึ้น โดยทางเราขอแนะนำให้ผู้อ่านที่ใช้งานเว็บ Binance ติดตามข่าวการประกาศจากทีมงานอย่างใกล้ชิด

ขอบคุณแหล่งที่มา siamblockchain.com

Bitcoinปรับฐาน

Bitcoinปรับ ฐานเล็กน้อย ระดับ 7,000 ดอลลาร์

Bitcoinปรับฐาน เล็กน้อย ระดับ 7,000 ดอลลาร์

ราคาของเหรียญ Bitcoin กำลังเกิดการปรับฐาน (correction) เล็กน้อย หลังจากที่พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 7,400 ดอลลาร์เมื่อช่วงบ่ายของเมื่อวานนี้ โดยภายหลังจากนั้น ราคาก็ได้ร่วงลงมาแตะระดับ 6,800 ดอลลาร์ ก่อนที่จะกลับขึ้นมาระดับ 7,000 ดอลลาร์ในขณะที่กำลังรายงานข่าวอยู่นี้

ซึ่งนั่นไม่ได้เป็นเฉพาะกับเหรียญเจ้าตลาดที่เปรียบเสมือนหัวเรืออย่าง Bitcoin เมื่อมันร่วงลง ราคาเหรียญ altcoin อื่น ๆ ในตลาดก็ดูเหมือนว่าจะร่วงลงตาม BTC โดยเฉพาะ Ethereum, XRP, Bitcoin Cash และอื่น ๆ ตามกราฟจากเว็บ coin360 ด้านบน

นาย Messari Ryan Selkis หรือ CEO ของบริษัทด้านการวิเคราะห์ราคาเหรียญ cryptocurrency ชื่อดังเคยออกมาทำนายว่าอัลกอริทึ่ม Proof of stake ของ Ethereum เวอร์ชัน 2.0 นั้นจะไม่เกิดขึ้นจนกระทั่งปี 2021

ในขณะเดียวกัน ราคาของเหรียญ XRP นั้นก็ร่วงลงเล็กน้อยจากในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยกำลังถูกซื้อขายที่ราคา 0.315 ดอลลาร์ในขณะนี้

ท่ามกลางเหรียญคริปโต 20 อันดับแรกนั้น ดูเหมือนว่าจะมีเพียงไม่กี่เหรียญอย่างเช่น Bitcoin cash (BCH), Binance Coin ( BNB) และ DASH ที่เพิ่มขึ้น 2-8%

โดนในขณะที่รายงานข่าวอยู่นี้ มูลค่าตลาดรวมของตลาดคริปโตอยู่ที่ 212 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นกว่า 17% จากสัปดาห์ที่แล้ว

เมื่อวานนี้ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานไปแล้วว่านักลงทุนคริปโตพันล้านและ CEO ของบริษัท Galaxy Digital นาย Michael Novogratz ออกมากล่าวว่า Bitcoin นั้นจะไม่เปลี่ยนโลกนี้มากนัก เนื่องจากว่ามันเป็นตัวเก็บมูลค่าธรรมดา แต่ว่าเว็บ 3.0 แบบ decentralized นั้นจะเปลี่ยนโลกได้

ขอบคุณแหล่งที่มา siamblockchain.com