About TaraMeza

Here are my most recent posts

ทิศทางพัฒนาของนักพัฒนา

อีก 13 ชั่วโมง Bitcoin Cash เตรียม Halving

ซึ่งการที่ เหรียญก็อปปี้ Bitcoin Cash ที่ถูก hardfork ออกมาจาก Bitcoin เนื่องจากการโต้เถียงกันเรื่อง ทิศทางพัฒนาของนักพัฒนา ภายในเมื่อปี 2017 นั้นดูเหมือนว่ากำลังจะ halving แล้วในวันนี้

การ Halving ของเหรียญดังกล่าวนั้นจะเกิดขึ้นที่บล็อก 630,000 ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นตอนเวลาประมาณ 2 ทุ่มครึ่งเวลาไทย ในวันนี้ อ้างอิงจาก Coingecko ซึ่งก็เหมือนกับ Bitcoin เหรียญ Bitcoin Cash นั้นถูกสร้างออกมาในทุก ๆ 10 นาทีต่อบล็อกอยู่ที่ 12.5 BCH กำลังจะถูก halving ให้ลดลงครึ่งหนึ่งเหลือแค่ 6.25 BCH โดยนี่จะเป็นการ halving ในครั้งแรกที่หลาย ๆ คนกำลังให้ความใจจดจ่อจนต้องมานั่งถ่างตาดูเลยทีเดียว โดยเฉพาะบน Reddit

 ทิศทางพัฒนาของนักพัฒนา

อีกหนึ่งสาเหตุที่เหตุการณ์ดังกล่าวที่ทำให้มันน่าสนใจก็เพราะว่ามันน่าจะเป็นตัวทดลองการ halving ของ Bitcoin ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนหน้านี้ โดยตลาด BTC นั้นใหญ่กว่า BCH มาก หากมีการเคลื่อนไหวของราคา BCH ในสเกลขนาดเล็ก มันก็อาจมีแนวโน้มที่ตลาด BTC จะมีโอกาสเกิดขึ้นในลักษณะนี้เหมือนกัน

และถ้าหากนั่นยังไม่ทำให้คุณรู้สึกพอใจ ยังมีเหรียญ Bitcoin SV (BSV) ของนาย Craig Wright ที่ถูก hard fork ออกมาจาก Bitcoin Cash นั้นก็กำลังจะเกิดการ halving ในอีกสองวันข้างหน้าเช่นกัน

 ทิศทางพัฒนาของนักพัฒนา

การ halving นี้มักจะถูกมองว่าเป็นอีกก้าวใหม่ของ blockchain เป็นหลักอนุเสาวรีย์ของเหรียญนั้น ๆ ที่ได้เดินทางมาไกลอีกขั้นหนึ่งแล้ว เนื่องจากว่าจำนวนเหรียญที่เกิดใหม่ต่อ 1 block นั้นจะถูกลดลงครึ่งหนึ่ง และมันก็จะทำให้ราคาของเหรียญในตลาดเกิดความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่สูงขึ้น เหมือนกับที่เราเคยเห็นกับของ Bitcoin ในอดีตที่เคยเกิดขึ้นถึงสองครั้ง

สิ่งที่อาจเกิดขึ้น
นาย Brad Jasper หรือนักพัฒนาจาก Bitcoin SV ได้ออกมาทำนายว่าการ halving ของทั้งสองเหรียญนี้จะส่งผลทำให้ตลาดนั้นกลายเป็นลบ

เขาได้คาดการณ์ว่านักขุดนั้นจะหยุดขุดสักพักหนึ่ง เพื่อไปหาขุดเหรียญที่ดูมีราคาดีกว่านี้ เนื่องจากว่ารายได้หลักของนักขุดคริปโตนั้นมาจาก Block reward ซึ่งสำหรับทั้งสองเหรียญนี้มันกำลังจะลดลงไป 50% ทำให้มันถูกขุดยากขึ้นไปอีก ในขณะเดียวกัน block reward ของ Bitcoin นั้นยังคงจะไม่ถูก halving จนกระทั่งถึงเดือนหน้า ดังนั้นนักขุดอาจจะแห่ไปหา Bitcoin ชั่วคราวภายหลังจากการ halving นี้ก็เป็นได้

“เมื่อ BSV/BCH นั้นถูก halving พวกมันจะสูญเสียแรงขุด และ Bitcoin ก็จะด้วยเช่นกัน” กล่าวโดยนาย Jasper ในระยะยาวเขาเชื่อว่า BSV จะเป็นฝ่ายชนะ เนื่องจากว่าการมุ่งเน้นไปที่ประโยชน์การใช้สอย เพื่อเพิ่มตัวเลขการทำธุรกรรมในเครือข่ายขึ้นมา

เป็นที่น่าสนใจอีกก็คือ บริษัทด้านการวิจัย Blockchain จากประเทศนอร์เวย์ Arcane นั้นก็ดูเหมือนจะพูดเป็นเสียงเดียวกัน แต่ที่แตกต่างก็คือหากทั้งสองเหรียญนี้สูญเสียแรงขุดไปมหาศาลนั้น Blockchain ของพวกมันอาจเสี่ยงต่อการถูกโจมตี 51% ได้

 ทิศทางพัฒนาของนักพัฒนา

ดังนั้นการ halving ในบางครั้งอาจไม่ได้ดูสวยหรูในช่วงแรก ๆ เสมอไป เมื่ออีกส่วนหนึ่งของระบบ ecosystem ที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือนักขุด หากขาดพวกเขาไปนั้นก็คงจะไม่มีคนช่วยประมวลผลธุรกรรมให้ และทำให้เหรียญนั้น ๆ มีความเป็น decentralized ที่น้อยลง และเสี่ยงต่อการล่มสลายของ blockchain ได้

เราก็ต้องรอดูกันต่อไป ทิศทางพัฒนาของนักพัฒนา…

ลงทะเบียนตามกฎหมาย

กำลังถูกแห่ยื่นฟ้อง บริษัทคริปโตชื่อดัง Binance, Civic, Tron อย่างหนัก

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2020 มีการแถลงการณ์ว่ามีการฟ้องร้องคดีดำเนินคดีต่อบริษัทด้าน Cryptocurrency ชื่อดังเป็นจำนวนมาก ได้แก่ Binance, Civic, Tron โดยจำเลยยื่นฟ้องแก่ศาลในนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา ข้อมูลดังลก่าวถูกเอามาเผยแพร่โดย Offshore Alert ซึ่งแถลงการณ์ว่ามีคดีกว่า 10 คดีที่ถูกนำมายื่นฟ้องในวันนั้น โดยทั้งหมดมีรายละเอียดกล่าวหาว่าบริษัทจำเลยขายเหรียญสกุลเงินดิจิตอลที่เป็นหลักทรัพย์ที่ไม่ได้ถูก ลงทะเบียนตามกฎหมาย

ซึ่งการยื่นฟ้องร้อนเกิดขึ้นตอนวันที่ 3 เมษายน 63 หนึ่งในเว็บไซต์เทรดดิ้งแพลตฟอร์มที่ถูกฟ้องร้องรวมถึง Binance (เอกสารยื่นฟ้อง), HDR Global Tading ของ BitMEX, โปรเจ็คต์บล็อคเนชื่อดังได้แก่ Tron (เอกสารยื่นฟ้อง), Civic, Block.One, Kyber Network, Status และยังมี Quantstamp, Kucoin อีกด้วย นอกจากนั้นการฟ้องร้องครั้งนี้มีการกล่าวถึงชื่อของนาย Changpeng Zhao ซีอีโอของ Binance และ Vinny Lingham จาก Civic

และคำฟ้องร้องได้รับการยื่นโดยเฟิร์มกฎหมาย Roche Cyrulnik Freedman ที่เป็นตัวแทนของฝ่ายโจทก์ ซึ่งบริษัทกฎหมายดังที่กล่าวมาข้างต้นทำงานเกี่ยวกับบล็อคเชนในคดีดังของนาย Craig Wright ที่กำลังฟ้องร้องเรียกเงิน Bitcoin หลายล้านดอลลาร์กันอยู่ในปัจจุบัน คำฟ้องร้องต่อ Binance ระบุไว้ส่วนหนึ่งว่า:

“Binance และผู้ให้บริการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโอนกว่าหลายล้านครั้ง และยังมีส่วนร่วมกับการขาย การเสนอ การยื่นขอของหลักทรัพย์ที่ไม่ได้ถูกจดทะเบียนตามกฎหมายให้เป็นเหรียญที่เป็นหลักทรัพย์ และ Binance ยังไม่ได้จดทะเบียนกับ SEC ในฐานะเว็บแลกเปลี่ยนหรือโบรกเกอร์ ดังนั้นแล้วนักลงทุนจึงไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการลงทุนของพวกเขาดังที่กฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐระบุไว้”

คดีการฟ้องร้องดังกล่าวข้างต้นถูกดำเนินงานในนามของกลุ่มบุคคลหลายคนรวมถึงนาย Chase Williams นาย Alaxander Clifford และนาย Eric Lee และก็ William Zhang ซึ่งยิ่งไปกว่านั้นแล้วยังระบุว่ายังดำเนินการในนามของ “คนอื่นๆประสบกรณ์กรณีคล้ายๆกัน”

ฝ่ายโจทก์อ้างถึงกรณีคดีของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา กับผู้สร้าง EOS Block.One ซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับการทำ ICO กว่า 4 พันล้านดอลาร์เมื่อปี 2018 ซึ่งในกันยายนเมื่อปีที่ผ่านมาทางบริษัทดังกล่าวตกลงยอมจ่ายค่าปรับกว่า 24 ล้านดอลลาร์เนื่องจากทำขายหลักทรัพย์ที่ไม่ได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้คดีดังกล่าวเป็นคดีที่ฝ่ายโจทก์เอามาเปรียบเทียบ เอกสารระบุต่อว่า:

“การสร้างเหรียญ EOS เกิดขึ้นภายใต้กระบวนการที่มีตัวกลาง ตรงข้ามกับกรณีของ Bitcoin และ Ethereum แต่ถึงอย่างไรก็ตามสิ่งนี้ไม่ได้เป็นที่ประจักษ์ต้องนักลงทุนในจำนวนหนึ่ง แต่นักลงทุนกลับเพิ่งมารู้ภายหลังว่าตนได้ซื้อหลักทรัพย์หลังจากที่เวลาผ่านไปและมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับจุดประสงค์ของผู้สร้าง กระบวนการการบริหาร และการทำการกระจายศูนย์เท่านั้น”

และเอกสารคดีของคดีอื่นๆที่ถูกยื่นฟ้องพร้อมๆกันนั้นก็มีลักษณะการเปรียบเทียบกับคดีของ Block.One ในลักษณะที่คล้ายๆกัน โดยมูลเหตุที่การยื่นฟ้องร้องเกิดขึ้นพร้อมๆกันหลายคดีนั้นมีสาเหตุจากการที่กฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งระบุให้คดีเกี่ยวกับการฉ้อโกงต้องถูกยื่นภายใน 2 ปีหลังจากที่การฉ้อโกงถูกเปิดโปง

นาย Richard B. Levin ทนายความ Fintech ให้ความคิดเห็นกับผู้สื่อข่าวว่าคดีดังกล่าวอาจจะดำเนินไปถึงการต่อสู้ในชั้นศาลได้ เขากล่าวว่า:

“การยกฟ้องคดีนั้นถือเป็นเรื่องยากมาก ผมไม่คิดว่าศาลจะยกฟ้องคดีนี้ และผมคิดว่าศาลจะอนุญาติให้มีการเสนอการตัดสินในนามของโจทก์หรือจำเลย”

ลงทะเบียนตามกฎหมาย…

ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา

เปิดเผยถึงต้นเหตุที่ราคา Bitcoin บางทีอาจพุ่งสัมผัส 1,000,000 ดอลลาร์หลังจบวิกฤต COVID-19 ลง

นาย Qiao Wang หรือนักลงทุนสาย angel investor แห่งบริษัท Messari ได้ออกมาพินิจพิจารณาถึงความสัมพันธ์กันกับมูลค่าตลาดของทองคำ (XAU) แล้วก็ Bitcoin (BTC) ที่อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีความเคลื่อนไหวระหว่างการพิมพ์เงินออกมาเพิ่มของ Federal reserve หรือ ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา นั่นเอง โดยใช้ตัวชี้วัดที่ชื่อว่า Total addressable market (TAM) หรือตลาดที่อยู่ทั้งหมดทั้งปวง นั่นเอง

ความเกี่ยวข้องของมูลค่าตลาด
นาย Wang นั้นเผยว่ามูลค่าตลาดของทองคำนั้นมักจะถูกนำมาใช้เพื่อวัด TAM ของ Bitcoin พร้อมชี้ว่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่นั้นมักจะใช้ตัวเลขเเหล่านี้เนื่องจากพวกเขาต้องการตามหามูลค่าที่แท้จริงของมัน และรวมถึงว่ามันจะมาเป็นขาขึ้นเมื่อไร

โดยอ้างอิงจากนาย Wang นั้น มีจำนวนเงินเยอะมากๆที่ถูกอัดฉีดเข้ามาในตลาดโลก เพื่อเป็นการป้องกันและไม่ให้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่หรือ great depression ฉะนั้นมูลค่าของเงินดอลลาร์นั้นก็เลยได้โอกาสที่จะลดมูลค่าลง แล้วก็มูลค่าของทองคำ (XAU) นั้นก็จะได้โอกาสที่จะมากขึ้นถึงสามเท่า

แล้วก็เมื่อเราคำนวนมูลค่าตลาดของทองคำที่สูงถึง 20 ล้านล้านดอลาร์ ฉะนั้นค่า TAM ของ Bitcoin นั้นก็จำเป็นต้องสูงขึ้นมาตามด้วย โดยราคา fair price ของมันนั้นอาจจะพุ่งขึ้นมาสูงถึง 1,000,000 ดอลลาร์ หรือโดยประมาณ 32.9 ล้านบาทเลยก็อาจเป็นไปได้

ไม่ใช่ความหวังลมๆแล้งๆ
แม้ฟังดูเหมือนจะเกิดเรื่องที่ค่อนข้างจะไกลตัว และก็มองเวอร์มากไปสำหรับผู้คนจำนวนมาก แม้กระนั้นนาย Wang นั้นก็ชี้ว่าแนวความคิดการวิเคราะห์ดังกล่าวนั้นไม่ใช่ความหวังลมๆแล้งๆอย่างไม่ต้องสงสัย พร้อมย้ำว่าตัวชี้วัดดังกล่าวนั้นส่งผลกับ Bitcoin อย่างมาก

“นี่ไม่ใช่การหวังลม ๆ แล้ง ๆ แต่เป็นการย้ำเตือนว่า TAM นั้นถือเป็นเป้าหมายที่เคลื่อนที่ได้”

ท่ามกลางวิกฤตไวรัส COVID-19 ที่ทำให้ตลาดทั่วโลกต้องหยุดชะงักลงนั้น ตลาด Bitcoin ก็กำลังไต่เต้าขึ้นมาอย่างเล็กน้อยหลังจากที่สูญเสียมูลค่าไปอย่างมหาศาลเมื่อเดือนมีนามคมที่ผ่านมา ไม่ว่าอย่างไรก็ตามนั้นนักลงทุนไม่ควรประมาท และควรที่จะวิเคราะห์ด้วยตัวเองก่อนลงทุนเสมอ…

กำลังเข้าซื้ออย่างรวดเร็วบน

Bitcoin กำลังเข้าซื้ออย่างรวดเร็วบน IG.com อย่างล้นหลาม

กำลังเข้าซื้ออย่างรวดเร็วบน IG.com

Bitcoin บางทีอาจถูกเทขายจนถึงระดับราคาต่ำลง 50 เปอร์เซ็นต์ในหนึ่งวันในมีนาคม แต่ว่าสิ่งนี้ไม่ได้หยุดให้นักเทรดทั้งหลายแหล่เลิกที่จะลงทุนใน cryptocurrency ความจริงแหล่งข้อมูลปริมาณหนึ่งแสดงให้เห็นว่านักลงทุนโดยมากเริ่มที่จะมีการเข้า Position Bitcoin ของพวกเขาแม้ว่าจะมีความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจโลกก็ตาม

นักลงทุน Bitcoin กำลังเข้าซื้ออย่างรวดเร็ว
จากภาพหน้าจอของโบรคเกอร์คริปโตเจ้านึงที่เปิดใช้งาน crypto ที่ตั้งอยู่ใน U.K. ซึ่งได้มีการแชร์ข้อมูลโดยนักเทรดอย่างนาย Nik Patel ผู้ใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้ ชี้ให้เห็นว่ามีการเข้าซื้อหรือ Long ใน Bitcoin บน IG.com และกำลังส่งสัญญาณว่า 78% ของบัญชีลูกค้ามีการเข้าซื้อ หรือ Long ใน cryptocurrency อย่างล้นหลาม

กำลังเข้าซื้ออย่างรวดเร็วบน

นี่ไม่ใช่หลักฐานเพียงอย่างเดียวที่ชี้ให้เห็นว่านักเทรดในตลาด crypto ส่วนใหญ่กำลังทำการกลับเข้ามาซื้อใหม่อีกครั้ง

นาย Qiao Wang จาก Messari ซึ่งเป็นอดีตนักลงทุนสถาบันได้แชร์แผนภูมิด้านล่างซึ่งแสดงคำสั่งซื้อ Bitcoin สำหรับบน Coinbase Pro

กำลังเข้าซื้ออย่างรวดเร็วบน

แม้ว่ามันจะไม่ได้สามารถยืนยันได้ทั้งหมดเพราะพูดถึงเพียงแค่เว็บเทรดเดียวนั้น แต่ก็เป็นที่ชัดเจนว่ามีนักเทรดกลับเข้ามามากขึ้นและทำการซื้อ crypto มากกว่าการขายถึง 24,000 BTC มีคำสั่งซื้อลากยาวไปจนถึงราคา 2,000 ดอลลาร์และยังคงมีคำสั่งซื้อที่มีมูลค่าสูงถึง 12,000 ดอลลาร์อีกกว่า 4,000 Bitcoin โดยนาย Qiao Wang ได้เผยว่ามันคงไม่มีโอกาศไหนที่จะเป็นกระทิงไปมากกว่านี้อีกแล้วจากข้อมูล

สัญญาณการกลับตัวกำลังจะมา
ในขณะที่ความสนใจซื้อเริ่มแข็งแกร่งมากขึ้นใน Bitcoin และมีการชี้ให้เห็นว่ากำลังเกิดการ upside เพิ่มเติมที่ใกล้เข้ามาอาจเป็นสัญญาณของสิ่งที่ไม่ดีที่จะมาสำหรับตลาด cryptocurrency ด้วยเช่นกัน

แนวทางขนาดใหญ่นี้ผลักดันโดยนักเทรดและสถาบันการเงินที่โดงดังทั้งในตลาดดั้งเดิมและอุตสาหกรรม crypto ดังคำที่นาย Warren Buffett ได้พูดไว้ : ต้องกลัวเมื่อคนอื่นโลภและโลภเมื่อคนอื่นกลัว

คำพูดนี้ดูเหมือนจะนำมาในตลาด crypto ได้เป็นอย่างดี : ย้อนกลับไปในเดือนธันวาคม 2018 หลังจาก Bitcoin ถูกเทขายอย่างหนักและลดลง 50 เปอร์เซ็นต์ภายในหนึ่งเดือนมีนักวิเคราะห์นับไม่ถ้วนที่คาดว่าการณ์กันว่า cryptocurrency จะกลับไปที่ 1,000 ดอลลาร์ด้วยบางคนถึงกับทำนายว่ามันจะกลับไปที่ราคา 800 ดอลลาร์เสียด้วยซ้ำ

แต่ทันทีที่การคาดการณ์เหล่านี้เป็นกระแสหลักได้รับความนิยมในฟอรั่มโซเชียลมีเดีย Bitcoin กลับมีการดีดตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 4,000 ดอลลาร์แทนที่จะสร้างต่ำสุดใหม่แทนสวนกระแสกับการคาดการณ์โดยสิ้นเชิง

แนวโน้มเดียวกันนี้เกิดขึ้นเมื่อ Bitcoin สูงกว่า 14,000ดอลลาร์ ในช่วงกลางปี 2019 โดย Bitcoin ถูกเทขายย่อยยับแทนที่จะกลับขึ้นไปทำจุดสูงสุดแทนได้

กำลังเข้าซื้ออย่างรวดเร็วบน…

ถ้าเกิดรัฐบาลต่างๆร่วมมือกันกำจัดมัน

Bitcoin บางทีอาจหล่นเหลือ 0 ถ้าเกิดรัฐบาลต่างๆร่วมมือกันกำจัดมัน

ถ้าเกิดรัฐบาลต่างๆร่วมมือกันกำจัดมัน

ช่วงระยะหลายสัปดาห์ก่อนหน้าที่ผ่านมา การแพร่ระบาดของไวรัส COIVD-19 ทำให้ทุกๆอุตสาหกรรมต่างก็ได้รับผลกระทบเป็นทอดๆกันไปหมด ไม่พ้นแม้แต่วงการการเงินและก็การลงทุน เนื่องจากนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการผันผวนอย่างหนักในรอบประวัติการณ์เช่นกัน

เนื่องจากเหตุการณ์นี้เอง ทำให้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจนกระทั่งเกิดการฝืนเคืองด้วยเหตุว่าผู้คนไม่ออกมาจากบ้าน ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา เลยอนุมัติมาตรการพิมพ์ธนบัตรแบบไม่จำกัดเพื่ออัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบแล้วก็ยังมีการลดอัตราค่าดอกเบี้ยมากมายอีกด้วย ซึ่งส่วนนี้อาจส่งผลให้ชุมชนคริปโตได้รับประโยชน์จากมันก็เป็นไปได้

Bitcoin และทองคำต่างก็มีราคาที่เพิ่มขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมาที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการนั้น ในขณะที่ Bitcoin มีมูลค่าทะลุ 6,000 ดอลลาร์ไปได้ ราคาของทองคำก็เพิ่มขึ้นทะยานเป็น 1,700 ดอลลาร์เช่นกัน

By Jirapas Siribunchawanเม.ย. 04, 2020
ราคา Bitcoin อาจร่วงเหลือ 0 หากรัฐบาลต่าง ๆ ร่วมมือกันกำจัดมัน ข่าว BITCOINเข้าชมทั้งหมด 320 ครั้ง
โหมดกลางคืน

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา การแพร่ระบาดของไวรัส COIVD-19 ทำให้ทุก ๆ อุตสาหกรรมต่างก็ได้รับผลกระทบเป็นทอด ๆ กันไปหมด ไม่พ้นแม้แต่วงการการเงินและการลงทุน เพราะทำให้เกิดการผันผวนอย่างรุนแรงในรอบประวัติการณ์เช่นกัน

จากเหตุการณ์นี้เอง ทำให้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจนเกิดการฝืนเคืองเพราะผู้คนไม่ออกจากบ้าน ธนาคารกลางสหรัฐฯ เลยอนุมัติมาตรการพิมพ์ธนบัตรแบบไม่จำกัดเพื่ออัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบรวมทั้งยังมีการลดอัตราดอกเบี้ยมากมายอีกด้วย ซึ่งส่วนนี้อาจทำให้ชุมชนคริปโตได้รับประโยชน์จากมันก็เป็นได้

Bitcoin และทองคำต่างก็มีราคาที่เพิ่มขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมาที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการนั้น ในขณะที่ Bitcoin มีมูลค่าทะลุ 6,000 ดอลลาร์ไปได้ ราคาของทองคำก็เพิ่มขึ้นทะยานเป็น 1,700 ดอลลาร์เช่นกัน

 ถ้าเกิดรัฐบาลต่างๆร่วมมือกันกำจัดมัน
จากกราฟด้านล่างจะเห็นได้ชัดเลยว่า ในวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมานั้นราคาของทั้งคู่ได้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะทองคำ

ถึงแม้ Bitcoin จะสอบตกในการเป็น Safe-haven ในระหว่างที่ตลาดการเงินต่าง ๆ มีการเทขายเกิดขึ้น แต่หลาย ๆ คนก็ยังเชื่ออยู่ดีว่า Bitcoin เนี่ยแหละเป็นคำตอบสำหรับวิกฤติทางการเงิน

ผู้สนับสนุนคริปโตเช่น นาย Andreas Antonopoulos และนาย Caitlin long ได้กล่าวว่า เหรียญอันดับต้น ๆ ในตอนนี้มีแนวโน้มที่จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในระยะสั้น

นาย Changpeng Zhao ผู้เป็น CEO ของ Binance เองก็บอกด้วยว่า Bitcoin จะไม่มีวันที่ราคาเหลือ 0 คราบใดที่เขายังมีเงินเหลืออยู่

ความวิตักกังวลของนักลงทุน
อย่างไรก็ตามใน Podcast ล่าสุด นาย Jim Rogers นักลงทุนรุ่นเก๋า ได้กล่าวว่า มูลค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯนั้นจะทะยานแน่ ๆ หลังจากที่การแพร่ระบาดรอบนี้จบลงเพราะชาวอเมริกันคิดว่ามันเป็น Safe-haven ในขณะที่ Bitcoin และคริปโตอื่น ๆ อาจมีมูลค่าเป็นศูนย์ได้

“รัฐบาลต่าง ๆ ไม่ชอบที่จะสูญเสียอำนาจ และการควบคุม เงินดอลลาร์สหรัฐฯจะทะยานแน่ ๆ ส่วนคริปโตต่าง ๆ จะมีมูลค่ร่วงลงเหลือ 0 หลังจากที่การระบาดนี้สิ้นสุด”

นาย Roger ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า จากการที่ Bitcoin นั้นประสบความสำเร็จในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลต่าง ๆ จะหาทางร่วมกันเพื่อยับยั้ง และใช้อำนาจของพวกเขาในการบังคับให้ใช้แต่สกุลเงินที่มีรัฐบาลเป็นคนดูแลแทนเท่านั้น

เขาได้ยกตัวอย่างถึง Libra ของ Facebook ที่เปิดตัวมา ก็โดนหน่วยงานการเงินต่าง ๆ โจมตีและวิจารณ์มากมาย จนทำให้แผนเปิดตัวในปี 2020 ต้องตายลง มันโชว์ให้เห็นว่ารัฐบาลต่าง ๆ นั้นกลัวการสูญเสียอำนาจขนาดไหนต่อ Libra

มีอีกประเด็นที่น่าสนใจในตอนนี้ก็คือ ธนาคารกลางต่าง ๆ อาจจะออกคริปโตของพวกเขา (CBDC) มาเองก็เป็นได้เพื่อตอบโต้การถือกำเนิดของคริปโตเหล่านั้น แต่ส่วนใหญ่โครงการเหล่านั้นก็ยังคงไม่ได้รับการสรุปอะไรเป็นรูปเป็นร่างอยู่ดี

น่าสนใจมาก ๆ ว่า ทั้งการแพร่ระบาด และมาตรการตอบโต้ด้านเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ นั้นจะส่งผลอย่างไรต่อ Bitcoin นี่อาจจะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมาก ๆ สำหรับมันก็เป็นได้ว่าจะอยู่หรือไป

ถ้าเกิดรัฐบาลต่างๆร่วมมือกันกำจัดมัน…

อย่างหนักในช่วงเดือนเมษายน

ราคา Bitcoin พุ่งทะลุ 7,200 ดอลลาร์ อย่างหนักในช่วงเดือนเมษายน หรือขาขึ้นกลับมาแล้ว

พุ่งทะลุ 7,200 ดอลลาร์ อย่างหนักในช่วงเดือนเมษายน

ดูเหมือนกับว่าราคาของ Bitcoin นั้นเริ่มที่จะมีการขยับเขยื้อนอย่างปั่นป่วนอีกครั้งเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ โดยได้ทะลุแนวต่อต้านระดับสำคัญที่ 7,200 ดอลลาร์ไปแล้ว ก่อนจะกลับลงมาที่ระดับ 6,700 ดอลลาร์ เปิดเผยให้มองเห็นถึงความผันแปรของราคา

อย่างหนักในช่วงเดือนเมษายน

กราฟจาก Bitfinex เปิดเผยให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของราคา Bitcoin ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ ที่ส่งผลทำให้ราคานั้นได้ทะยานไปถึง 7283.5 ดอลลาร์ ก่อนที่จะมีการดีดราคาให้หล่นลงมาในอีก 1 ชั่วโมงถัดไป โดยสภาพของราคาดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วนี้เปิดเผยให้มองเห็นถึงความเชื่อของผู้คนในตลาดว่าราคานั้นอาจจร่วงลงไปต่ำลงยิ่งกว่านี้อีก จึงทำให้พวกเขาแห่กันเทขาย

โดยในขณะที่กำลังรายงานข่าวอยู่นี้ ราคาของ Bitcoin นั้นอยู่ที่ 6,784 ดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นมาถึง 2.59% จากในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ราคานั้นได้กลายมาเป็นขาลงอย่างรุนแรงนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนามคมที่ผ่านมา โดยราคานั้นได้ร่วงลงมาแตะระดับ 3,000 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ซึ่งถือเป็นช่วงที่อาจกล่าวได้ว่ารุนแรงมากที่สุดในปี 2020 นี้เลยก็ว่าได้

สาเหตุหลัก ๆ ที่ราคาร่วงนั้นเป็นที่คาดการณ์ว่าเกิดจากวิกฤตโรคระบาดไวรัส COVID-19 ที่กำลังกัดกินเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรงในขณะนี้ ส่งผลทำให้ผู้คนนั้นแห่กันกลับมาถือเงินสด ซึ่งเป็นสินทรัพย์เดียวที่ง่ายต่อการซื้ออาหาร และของยังชีพในช่วงที่ไม่สามารถออกจากบ้านได้ในขณะนี้

หากเมื่อสถานการณ์เริ่มมีความอยู่ตัวมากขึ้น ผู้คนเริ่มที่จะอยู่บ้านกันมากขึ้น การแสวงหากิจกรรมด้านการลงทุนขณะอยู่บ้านเฉย ๆ นั้นก็เริ่มที่จะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมานั้นเว็บกระดานซื้อขาย Bitcoin ในไทยอย่าง Bitkub ได้ให้สัมภาษณ์กับทางสยามบล็อกเชนว่าโวลุ่มซื้อขายบนเว็บของพวกเขาในช่วงเดือนมีนาคมนั้นทะลุ all-time-high ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า Bitcoin นั้นได้กลับมาเป็นขาขึ้นแล้วหรือไม่ แต่ดูเหมือนว่าเมื่อเดือนพฤษภาคมที่เป็นเดือนแห่งการ Halving ของ Bitcoin ได้เริ่มเข้ามาถึงทุกขณะ ราคานั้นก็ได้มีการปรับตัวเป็นบวกมากขึ้นตามที่เห็นซึ่งเรานั้นก็ต้องรอดูกันต่อไป…

เนเธอร์แลนด์เริ่มนำ

เนเธอร์แลนด์เริ่มนำ Blockchain มาใช้ต่อสู้กับเชื้อไวรัส COVID-19 แล้ว คาดได้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างมาก

เนเธอร์แลนด์เริ่มนำ Blockchain

บริษัทดัตช์ได้เปิดตัวโครงการ “Tech against Corona” บริษัทที่ร่วมจะช่วยรัฐบาลเนเธอร์แลนด์พัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมซึ่งสามารถใช้ต่อสู้กับโรคระบาดใหญ่ COVID-19 ได้อย่างอิสระ ซึ่งบริษัท Tymlez ก็ยอดเยี่ยมในกว่า 10 บริษัท ที่ให้บริการเทคโนโลยีแก่รัฐบาลในขณะนี้

แพลตฟอร์มบล็อกเชนใช้ต่อสู้โควิด-19
แพลตฟอร์มของบริษัท Tymlez นั้นเป็นแพลตฟอร์มบล็อกเชนซึ่งเอาไว้ตรวจทานอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นแล้วก็มีซัพพลายดีมานด์โดยตรวจตราผ่านทางแพลตฟอร์ม บล็อกศาสนาเชนของบริษัทยังเอาไว้สำรวจความโปร่งใสของซัพพลายเชนอีกด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้มีการโก่งราคาสินค้า

และนอกจากนี้ยังมีบริษัท Cybersprint ที่จะให้บริการระบบความปลอดภัยแก่โรงพยาบาลต่างๆ และบริษัท Taxion ก็จะเป็นบริษัทที่คอยตรวจสอบระบบอนไลน์เพื่อดูแลพนักงานอาสาสมัครต่างๆ รวมถึงบริษัทด้านไอที Compumatica ที่จะนำระบบอินเตอร์เน็ตมาพัฒนาประสิทธิภาพของบุคลากรที่ทำงานที่บ้านด้วย

สภากาชาดดัตช์รับบริจาคเป็น Bitcoin
ก่อนหน้านี้ก็มีรายงานออกมาว่าเว็ปไซต์สภากาชาดแห่งเนเธอร์แลนด์ได้เปิดรับการบริจาคเป็น Bitcoin แล้ว นอกจากนี้สภากาชาดอิตาลีก็ผลักดันคริปโตไม่แพ้กันโดยได้มีการระดมทุน Bitcoin มูลค่ากว่า $20,000 แล้วโดยเงินตรงนี้ทางสภากาชาดจะนำมาซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อรักษาผู้ป่วยที่ติดไวรัสโคโรน่า…

กำลังเข้าซื้ออย่างรวดเร็วบน

เปิดเผย ราคา Bitcoin นั้นกลับมา “ มีมูลค่าสูงเกินไปอีกรอบ ”

“ มีมูลค่าสูงเกินไปอีกรอบ ”

ดูเหมือนกับว่าราคของ Bitcoin นั้นจะไม่ได้ถูกซื้อขายแลกเปลี่ยนกันในราคาที่ต่ำอีกต่อไป และก็เริ่มมีมูลค่าสูงเกินจริงแล้ว อ้างอิงจากตัวชี้วัดตัวหนึ่งที่ช่วยวัดว่าเหรียญคริปโตต่างๆนั้นมีมูลค่าที่มากหรือน้อยเกินจริง

มีมูลค่าสูงเกินไปอีกรอบ

อย่างไรก็ตาม มันอาจจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าราคาของ Bitcoin นั้นได้แตะจุดต่ำสุดไปแล้วเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา และพร้อมทะยานต่อไป

จุดที่แย่ที่สุดอาจจบลงแล้ว
ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานไปแล้วว่าราคาของ Bitcoin นั้นได้ร่วงลงมาอย่างรุนแรงในช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้ และส่งผลทำให้ค่าบนตัวชี้วัดนามว่า MVRV Z-score นั้นร่วงลงต่ำว่า 0 ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากมาก

ภายหลังจากนั้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา ราคาของเหรียญคริปโตเบอร์หนึ่งของโลกนั้นก็ได้ดิ่งลงกว่า 38% ในวันเดียว ซึ่งถือเป็นอันดับสามของการร่วงลงของราคาที่แรงที่สุดในวันเดียวเลยก็ว่าได้

ทว่าข่าวดีก็คือค่าบนตัวชี้วัด MVRV Z-score นั้นก็มีค่าเป็นติดลบ เมื่อตอนที่ราคา Bitcoin ร่วงแรงเมื่อตอนเดือนมกราคมปี 2015 และตอนเดือนธันวาคมปี 2018 ด้วยเช่นกัน ซึ่งหากประวัติศาสตร์เกิดการซ้ำรอยแล้วล่ะก็ เราอาจจะไม่ได้เห็นราคา Bitcoin ทำจุดต่ำสุดใหม่ในปีนี้อีกแล้ว

มูลค่าที่แท้จริงของ Bitcoin
หากลองย้อนกลับไปเมื่อเดือนมกราคมนั้น เมื่อราคาของ Bitcoin กำลังถูกซื้อขายอยู่ที่ 8,000 ดอลลาร์ ธนาคารระดับโลกอย่าง JP Morgan ได้ออกมาวิเคราะห์ในขณะนั้นว่า Bitcoin กำลังถูกซื้อขายกันสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง โดยเป็นการวิเคราะห์โดยใช้ค่าแรงขุดของ Bitcoin (หรือที่เรียกว่า hashrate) ที่ถือเป็นต้นทุนในการสร้าง Bitcoin

ซึ่งในเดือนนี้ค่าแรงขุดของ Bitcoin นั้นได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่านักขุดส่วนใหญ่พร้อมใจกันถอดปลั๊ก ดังนั้นมันจึงเป็นที่คาดการณ์ได้ว่ามูลค่าที่แท้จริงของ Bitcoin นั้นก็ร่วงลงตามด้วยเช่นกัน…

นักแฮ็คใช้วิธีการใหม่เหล่านี้

เตือนภัย !!! นักแฮ็คใช้วิธีการใหม่เหล่านี้ เพื่อเจาะคอมพิวเตอร์ของคุณมาใช้ขุดเหรียญ Monero (XMR)

นักแฮ็คใช้วิธีการใหม่เหล่านี้

โครงการ Stantinako botnet นั้นเป็นเลิศในโครงการอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่ได้มีการดำเนินงานเจาะระบบ รวมทั้งการใช้เล่ห์กลต่างๆสำหรับการในสร้างรายได้อย่างผิดกฎหมาย โดยโครงการดังกล่าวได้มีประวัติการดำเนินการเกี่ยวกับคริปโตมาตั้งแต่ในช่วงปี 2012 โดยเป็นการมุ่งเป้าไปที่การจู่โจมผู้ใช้งานในแถบประเทศรัซเซีย แล้วก็ประเทศสโลวาเกีย ซึ่งล่าสุดนั้นได้มีการรายงานถึงแนวทางการแบบใหม่ที่ถูกใช้งานโดยโครงการดังกล่าวซึ่งทำความเสียหายเป็นอย่างมาก

ซึ้งข้อมูลดังกล่าวนั้นได้ถูกเปิดเผยโดยบริษัทด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่าง ESET ซึ่งได้ออกมาชี้ให้เห็นถึงเทคิคการเจาะระบบและการฝังโค้ดเพื่อให้เหล่านักเจาะระบบนั้นสามารถที่จะขุดเหรียญคริปโตอย่างเหรียญ Monero (XMR) จากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้รับการฝั่งโปรแกรมได้ โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งได้รับผลกระทบดังกล่าวนั้นมีจำนวนมากกว่าห้าแสนเครื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง

และทางบริษัท ESET นั้นได้มีการออกมากล่าวถึงเทคนิคใหม่ทั้งหมดห้าวิธีซึ่งได้มีการใช้งานโดยโครงการดังกล่าว ซึ่งหนึ่งในนั้นได้เป็นวิธีการที่มีศักภาพในการใช้งานมากที่สุดเนื่องจากสามารถหลบเลี่ยงการตรวจพบโดยโปรแกรมกำจัดไวรัสบนคอมพิวเตอร์ได้ ซึ่งตัวโค้ดโปรแกรมดังกล่าวนั้นได้ถูกฝั่งโดยเทคนิคที่เรียกว่า “Strings”

เพราะเทคนิคดังกล่าวนั้นเป็นการฝั่งโปรแกรมตั้งต้นไว้ในส่วนหน่วยความจำชั่วคราวของคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้เก็บข้อมูลที่มีการเรียกใช้อยู่สม่ำเสมอและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาซึ่งทำให้เหล่าโปรแกรมป้องกันมัลแวร์หรือไวรัสต่างๆนั้นได้ละเลยการตรวจสอบในพื้นที่ส่วนนี้ไป ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวนั้นได้มีการฝังโค้ดลงในฟังชั่นการดำเนินการของโปรแกรมหลักอื่นๆโดยมีการเริ่มการทำงานตั้งแต่ในช่วงการเริ่มโปรแกรม อีกทั้งยังได้มีการใช้โค้ดซึ่งมีผลลัพธ์สูญเปล่า ทำให้คอมพิวเตอร์นั้นคัดผลการคำนวนทิ้งและละเลยชุดคพสั่งดังกล่าวในที่สดุนั่นเอง

เพราะฉะนั้นแล้วการดำเนินการดังกล่าวจึงเป็นหนึ่งในจุดด่างพร้อยของเหรียญซึ่งเน้นย้ำถึงคุณสมบัติความเป็นส่งวนตัวอย่างมากของผู้ดำเนินธุรกรรม ซึ่งเมื่อพิจารณาปริมาณเหรียญซึ่งไหลเวียนในระบบทั้งหมดแล้วจะพบว่าเหรียญที่ถูกขุดขึ้นจากคอมพิวเตอร์ที่ถูกเจาะระบบด้วยวิธีการต่างๆนั้นมีมากถึง 4% ของปริมาณเหรียญทั้งหมดเลยทีเดียว…

บนเวเนซุเอล่าพุ่งขึ้นอย่างมาก

โวลลุ่มเทรด Bitcoin บนเวเนซุเอล่าพุ่งขึ้นอย่างมาก ท่ามกลางความตื่นตระหนกต่อเชื้อไวรัส COVID-19

Bitcoin บนเวเนซุเอล่าพุ่งขึ้นอย่างมาก

ประเทศเวเนซุเอลาเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีนโยบายช่วยเหลือให้ผู้คนกักบริเวณอยู่ในเขตพื้นที่ปิดเพื่อหลบหลีกการพบปะกับผู้คนและก็ลดอัตราการเสี่ยงสำหรับในการติดเชื้อโรคไวนรัสโคโรนาซึ่งเป็นที่แพร่ระบาดอยู่ขณะนี้ลง โดยหากว่าในประเทศดังกล่าวนั้นจะมีผู้ติดเชื้อล่าสุดเพียงแค่ 33 รายก็ตาม แม้กระนั้นทางรัฐบาลนั้นได้มีคำบัญชาถึงหน่วยงานหลายแห่ง รวมทั้งการดำเนินการของแบงค์ภายในประเทศแล้วด้วย

โดยในช่วงตอนวันจันทร์ก่อนหน้านี้ทางฝ่ายผู้กำกับดูแลด้านการเงินของประเทศอย่าง SUDEBAN นำโดยนาย Antonio Morales Rodrigue ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงานดังกล่าวนั้นได้ระบุในจดหมายเปิดผนึกเป็นคำสั่งแก่เหล่าสถาบันการเงินในประเทศซึ่งมีใจความเป็นคำสั่งให้เหล่าธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายหยุดการดำเนินการต่างๆตั้งแต่การให้บริการแก่ลูกค้าในแต่ละสาขาไปจวบจนกระทั่งการดำเนินการทางด้านสำนักงาน โดยคำสั่งดังกล่าวได้ส่งผลโดยทันทีนั่นเอง

การดำเนินการหยุดให้บริการด้านการเงินดังกล่าวของประเทศนั้นอาจก่อให้เกิดผลกระทบหลายแบบอย่างตามมา แต่ว่าหนึ่งในผลกระทบในทางดีสำหรับฝั่งตลาดคริปโตนั้นเป็นการที่ยอดการดำเนินธุรกรรม Bitcoin บนแพลตฟอร์มการซื้อขายแบบ P2P ดังเช่น LocalBitcoins นั้นได้พุ่งสูงมากขึ้นอย่างยิ่ง จากอัตราสูงสุดในตอนกุมภาพันธ์ที่ 491 BTC ไปอยู่ที่ 540 BTC ซึ่งพูดได้ว่าเป็นจุดสุดยอดนับตั้งแต่ในช่วงเริ่มปี 2020 มาอย่างยิ่งจริงๆ

ประเทศอื่นๆยกตัวอย่างเช่นในภูมิภาคละตินอเมิรกานั้นยังได้พบเจอการเพิ่มขึ้นของอัตราการซื้อขายบนแพลตฟอร์มดังกล่าวในรูปแบบใกล้เคียงกัน โดยการซื้อขายบนแพลตฟอร์มอย่าง Coin Dance ของประเทศโคลัมเบียนั้นได้มีการปรับตัวสูงมากขึ้นจาก 289 BTC ไปแตะต้องระดับที่ 403 BTC ภายในระยะเวลาเพียงแต่อาทิตย์เดียวเพียงแค่นั้นซึ่งเป็นอัตราการซื้อขายที่สูงที่สุดของแพลตฟอร์มนับจากในช่วงตอนปี 2019 อย่างยิ่งจริงๆ

นอกเหนือจากนี้แล้วประเทศในฝั่งภูมิภาคเอเชียอย่างประเทศจีนนั้นยังได้พบเจอกับการเพิ่มขึ้นของอัตราการซื้อขาย Bitcoin บนแพลตฟอร์มการซื้อขายแบบ over-the-counter หรือ​ OTC มากขึ้นเป็นอย่างมาก โดยมีการเพิ่มขึ้นของอัตราค่าธรรมเนียมที่มากถึง 6% โดยเมื่อพิจารณาสภาพตลาดคริปโตในขณะนี้ที่สามารถพูดได้ว่าเป็นช่วงขาลงนั้น อัตราดังกล่าวถือว่าน่าประทับใจมากเลยทีเดียว…