บทเรียนที่นักลงทุน

บทเรียนที่นักลงทุน จำต้องเรียน โดนโกงเงินบิทรอน์ 797 ล้าน

บทเรียนที่นักลงทุน จำต้องเรียน โดนโกงเงินบิทรอน์ 797 ล้าน

ผมเขียนเตือนนักลงทุนไทยมาตลอดตั้งแต่มีการเปิดตัว เงินดิจิทัล ในไทย ให้ระวังการเสี่ยงการลงทุน การเสี่ยงการเช็ดกคดโกง การเสี่ยงการต้มต้ม เนื่องจากว่ามีตัวอปิ้งเกิดขึ้นทั้งโลก ท้าย

ที่สุดก็เกิดขึ้นในประเทศไทย เมื่อตำรวจกองปราบฯจับกุมศิลปินดัง บูม หรือ นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต ติดอยู่กองถ่ายในวันที่ 8 เดือนสิงหาคม ตามหมายจับระบุวันที่ 26 ก.ค. แล้วก็ยังได้ออก

หมายจับ นายปริญญา จารวิจิต นางสาวสุพิชย์ฌา จารวิจิต พี่ชายพี่สาวของบูม และก็จะจับเพิ่มเติม 5-6 คนภายในข้อกล่าวหา ทุจริตทรัพย์สมบัติ  คดีนี้ยังโยงไปถึง คนมีชื่อเสียงใน

ตลาดหลักทรัพย์ หลายๆคน และก็ บริษัทในตลาดค้าหุ้น หลายดูดซับหลายซ้อนคดีนี้มีต้นเหตุจาก นายเออาร์นี โมตาวา ซาริมา ชาวประเทศฟินแลนด์ นักค้าเงินบิทรอน์ แจ้งตำรวจกองปราบ

ว่า ถูกนายบูมกับพี่สาวพี่ชาย หลอกให้ลงทุนในเงินดิจิทัลสกุล “Dragon Coin (DRG) ก็เลยโอนเงิน บิทรอน์ ราคา 5,564,446 เหรียญ คิดเป็นเงินไทย กว่า 797 ล้านบาท ไปยังกระเป๋าเงิน

อิเล็กทรอนิกส์ e-Wallet ของกรุ๊ปผู้ต้องหา รวมทั้งกรุ๊ปผู้ต้องหาได้ขายเงินดิจิทัลบิทรอน์แปลงเป็นเงินบาท บาคาร่า โอนฝากบัญชีของแต่ละคนตามส่วนแบ่งผมทดลองเปิดไปเช็กราคาบิทรอน์

ที่ แอปจำหน่ายบิทรอน์ในไทย ชื่อ ThaiBTC กลับเจอใจความว่า ปิดให้บริการเมื่อวันที่ 7 เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ก็แปลกดีนะครับ แอปจำหน่ายบิทรอน์ปิดก่อนตำรวจกองปราบฯ จะไปจับ

บูม จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หนึ่งวันในเว็บไซต์ค้าขายบิทรอน์ที่นี้ แม้ว่าจะปิดบริการจำหน่าย แต่ว่ายังมีรายละเอียดประชาสัมพันธ์รับสมัครสมาชิกอยู่โดยบอกว่า ผู้ใช้บิทรอน์รักษาความเป็นส่วนตัว

ได้สูง สามารถใช้จ่ายโดยไม่ต้องเผยตัวตน การโอนบิทรอน์ผ่านประเทศสามารถทำเป็นโดยไม่มีข้อจำกัด โดยไม่มีศูนย์กลางควบคุม ธนาคารชาติก็วิเคราะห์มิได้เนื่องจากว่ามีการเข้ารหัสที่

สลับซับซ้อน และก็ถูกลงเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับการโอนเงินแบบเดิม ผู้ใช้ทั่วๆไปก็คิดเงินบิทรอน์ที่มีอยู่อย่างจำกัดกี่เพื่อคอยให้ค่าสูงมากขึ้นราคาบิทรอน์เคยขึ้นไปสูงสุดเกือบจะ

20,000 ดอลลาร์ 670,000 บาทต่อ 1 บิทรอน์ เมื่อสิ้นปีที่แล้ว ก่อนตกลงมาอย่างหนัก ราคาวันเสาร์ที่ 11 เดือนสิงหาคม อยู่ที่ 6,110 ดอลลาร์ 204,000 บาทต่อ 1 บิทรอน์การที่ เงินดิจิทัล

บิทรอน์ มีการเข้ารหัสสลับซับซ้อน โอนเงินแบบตัวต่อตัว P2P ด้วยรหัสไม่มีการระบุตัวตน ก็เลยแปลงเป็น แหล่งฟอกเงิน รวมทั้ง โอนเงินไปเก็บไว้เมืองนอก ของนักการเมืองแล้วก็เจ้าหน้าที่รัฐ

คดโกงคอร์รัปชัน และ ธุรกิจไม่ถูกกฎหมาย จากงานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ อังกฤษ ประเมินว่า ปี 2560 มีผู้ใช้เงินดิจิทัลทั้งโลก 2.9–5.8 ล้านคน

โดยมากเป็น บิทรอน์ เพราะเหตุว่ามีความคล่องตัวสูงคดีนี้ข้อมูลที่น่าดึงดูดเรื่องหนึ่ง เป็น คอนเนกชันจากห้องเรียนหลักสูตรพิเศษ จากการให้สัมภาษณ์ของ นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ หนึ่งในผู้

ต้องสงสัยที่ถูกตำรวจกองปราบฯไปค้นที่พักมาแล้ว ให้สัมภาษณ์กับ หนังสือพิมพ์กรุงเทวดาธุรกิจ ว่า ตนเองบริสุทธิ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวเนื่องกับการคดโกงในคดีนี้ โดยกล่าวมาว่า ส่วนตัวรู้จักกับ

นายปริญญา จารวิจิต จากการไปเรียนเรื่อง บล็อกศาสนาเชน ที่ประเทศสิงคโปร์ ตอนพฤษภาคม 2560 ได้เจอกับ นายปริญญา ในคลาสเรียน นายปริญญา ได้เสนอแนะให้รู้จักกับ เจ้าพ่อบิทรอน์

เป็น นายเออาร์นี โมโตวา ซาริมา แล้วก็แฟนชาวไทยชื่อ แตงโม ส่วนตัวติดอกติดใจทั้งคู่คน นายเออาร์นี มีความชำนาญ คุณแตงโม มีความละเอียดดูแลเรื่องเงิน นายปริญญา เป็นผู้กว้างขวาง

ด้านบิทรอน์ในมาเก๊า ประเทศฮ่องกง และก็ประเทศเกาหลีใต้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th